ความลับของ”เจ๊ตโด้”

คริสติอาโน่ โรนัลโด้ กองหน้าวัย 35 ปียังคงเป็นข่าวได้จนถึงทุกวันนี้นะครับ ไม่ว่าเขาจะค้าแข้งกับ แมนฯยูไนเต็ด ,เรอัล มาดริด หรือ ยูเวนตุส ในปัจจุบัน รวมไปถึงทีมชาติโปรตุเกส ที่เจ้าตัวหัวร้อน ปาปลอกแขนกัปตันทิ้งและเดินออกจากสนาม ในเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่ โปรตุเกส เสมอกับ เซอร์เบีย 2-2 sbobet24hr

เหตุการณ์เป็นยังไงคงได้เห็นกันไปแล้ว จากทั้งภาพและคลิปรวมถึงบทสัมภาษณ์ของตัวนักเตะและผู้ที่เกี่ยวข้องต่างๆแน่นอนว่าในฐานะแข้งเบอร์ต้นๆของโลก เรื่องแบบนี้จึงถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมที่แสดงออกมาแต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้เจ้าตัวต้องผ่านมรสุมชีวิตมามากมาย นั่นทำให้ทุกครั้งที่ลงสนามเจ้าตัวใส่เต็มที่ หากมีอะไรไม่ยุติธรรมก็พร้อมระเบิดอารมณ์ออกมา

วันนี้เราจะพามาดูสิ่งที่หลายคนไม่รู้เกี่ยวกับ โรนัลโด้ กัน

ตลอดเส้นทางอาชีพของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ถูกเรียกไปในหลายรูปแบบ ที่เราได้ยินกันมาตั้งแต่สมัยเริ่มต้นอาชีพก็คือ “จอมสับ” ช่วงที่ย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใหม่ๆ หรือจะเป็นพวกขี้แอ็ค รู้มุมกล้องอยู่เสมอเพราะเจ้าตัวจะแอ็คติ้งและก้าวเดินแบบสง่างามเสมอ เหมือนรู้ว่ากล้องจับอยู่ตลอด

แต่หนึ่งในฉายาที่น่าตลกคือ “ขี้แง” ตั้งแต่สมัยที่เจ้าตัวยังเป็นแข้งเยาวชนที่ โปรตุเกส บ้านเกิด

เรื่องนี้ ริคาร์โด้ ซานโต๊ส ที่แชร์ห้องแต่งตัวเดียวกับ โรนัลโด้ ที่สโมสรพูดถึงอดีตเพื่อนเก่าที่มีชื่อเล่นว่า “ขี้แง” จากอารมณ์ของตัวเอง

“ขี้แง, ใช่ เพราะ โรนัลโด้ รักที่จะคว้าชัยนะเหมือนที่เขารักในวันนี้ และยามที่เขาพ่ายแพ้และเด็กคนอื่นไม่ส่งบอลให้กับเขา เขาก็มักจะร้องไห้”

แม้จะเป็นฉายาที่ดูตลกไปสักหน่อย แต่สิ่งที่เราได้เห็นเวลาเจ้าตัวอยู่ในสนามในทุกวันนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะได้รับฉายา “ขี้แง” ไป

หนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมาของโลกลูกหนัง แต่เจ้าตัวเกือบจะไม่ได้มีวันนี้ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 20 ปีก่อน

ตอนอายุ 15 ปี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มีอาการผิดปกติเกี่ยวกับหัวใจ และเมื่อเข้ารับการตรวจเช็กอย่างละเอียด ทางหมอเผยว่าเจ้าตัวมีอาการเต้นผิดจังหวะ คือบางครั้งมันจะเต้นเร็วกว่าปกติและต้องรักษาด้วยการยิงเลเซอร์

คุณแม่ โดโลเรส เผยว่าเหตุการณ์ในครั้งนั้นเกือบทำให้ลูกชายคิดจะเลิกเล่นฟุตบอลไปเลย เนื่องจากทางบ้านไม่ได้มีฐานะการเงินที่ดีนัก แต่สุดท้ายคุณแม่ก็ตัดสินใจให้ โรนัลโด้ เข้ารับการรักษาในที่สุด

แน่นอนว่านั่นคือการตัดสินใจที่ถูกต้อง หลังจากนั้นเจ้าตัวกลับมาเล่นฟุตบอลแล้วค่อยๆยกระดับตัวเองจนก้าวขึ้นมาเป็นสุดยอดแข้งพร้อมกับรับค่าตอบแทนเป็นเงินมหาศาลอันดับต้นๆของโลก

เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจที่เรามักจะได้เห็น โรนัลโด้ รักคุณแม่อย่างมากและทำทุกอย่างเพื่อให้คนสำคัญที่สุดในชีวิตมีความสุขที่สุดในทุกวันนี้

ย้อนกลับไปสมัยที่ยังเป็นเด็กอคาเดมี่ของ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในโปรตุเกส, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ รวมถึงเพื่อนๆเคยไปที่ร้าน แม็คโดนัลด์ ใกล้สนามซ้อมเพื่อหวังว่าจะได้รับอาหารฟรี

เรื่องนี้เจ้าตัวออกมาพูดด้วยตัวเองเมื่อปี 2019 จากการรำลึกถึงเรื่องราวเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก แน่นอนว่าในตอนนั้นยังไม่มีใครรู้จักเขาอยู่แล้ว

“ในตอนนั้นเราหิวหันนิดหน่อย มีร้านแม็คโดนัลด์ถัดไปจากสนาม เราเคาะประตูและถามว่ามีเบอร์เกอร์ไหม” โรนัลโด้ เผย “ที่นั่นมี เอ็ดน่า และผู้หญิงอีกสองคน ผมไม่เคยได้เจอพวกเธออีกเลย” sbo24

หลายปีต่อมา โรนัลโด้ บอกว่าตัวเองชอบที่จะไปเจอกับผู้หญิงที่ให้อาหารฟรีแก่เขาและเพื่อนๆหลังซ้อม และต้องการเชิญทุกคนไปทานอาหารที่บ้านหากสามารถหาตัวเจอในอนาคต ซึ่งหลังจากนั้นก็มีหญิงสาวที่ออกมาเผยว่าเป็นหนึ่งในทีมงานชุดนั้นที่เคยให้เบอร์เกอร์กับ โรนัลโด้

“พวกเขามาที่หน้าร้านและเมื่อมีเบอร์เกอร์เหลือ ผู้จัดการก็จะอนุญาตให้เอาให้พวกเขาได้” หญิงนาม เปาโล เลก้า รำลึกความหลัง “หนึ่งในเด็กพวกนั้นคือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซึ่งน่าจะเป็นคนที่ขี้อายมากที่สุดในเด็กกลุ่มนั้น มันเกิดขึ้นแทบทุกคืนในแต่ละสัปดาห์เลย”

“มันตลกดีกับการมองย้อนกลับถึงเรื่องที่ผ่านมานานมากแล้ว มันแสดงให้เห็นถึงความอ่อนน้อมของเขา อย่างน้อยผู้คนก็รู้ว่าในตอนนี้มันไม่ได้การเสแสร้งขึ้นมา”

“ถ้าเขาเชิญฉันไปดินเนอร์ ฉันต้องไปแน่นอน สิ่งแรกที่ฉันจะทำคือกล่าวขอบคุณในระหว่างมื้ออาหาร เราจะมีช่วงเวลาที่น่าจดจำเหล่านั้น”

นักฟุตบอลมากมายล้วนมีรอยสักเท่ๆบนร่างกายที่เรามักจะเห็นกันอยู่เสมอ แม้แต่ ลิโอเนล เมสซี่ ยังมีรอยสักทั้งแขน-ขา

แต่สำหรับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เขาไม่เคยสนใจเรื่องพวกเขา รอยเข็มที่จะได้มาเจาะบนร่างกายเขาคือยามที่ไปบริจาคเลือดเท่านั้น

นอกจากนี้เจ้าตัวยังไม่ดื่มสุราหรือสูบบุหรี่ด้วย เพราะของเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ร่างกายเสื่อมโทรมลงในความคิดของ โรนัลโด้ เอง

ยิ่งไปกว่านั้นมองย้อนกลับไป พ่อของเขาก็เป็นคนที่ติดเหล้าและเสียชีวิตจากพิษสุราเรื้อรังในปี 2005 ด้วย ในสมัยที่เจ้าตัวอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด SBOBET24

แม้ว่าทั้งสองอย่างจะไม่ได้เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จหรือล้มเหลว เพราะนักเตะที่สัก, ดื่มแอลกอฮอร์และสูบบุหรี่ก็มี แต่ก็คิดซะว่านี่คือแบบอย่างของเด็นรุ่นหลังละกัน

ความลับของ”เจ๊ตโด้”sbobet24hr

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *