เรือใบเร่งเครื่องแซงแชมป์

หากเปรียบเส้นทางชิงชัยโทรฟี่พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังวิ่งอยู่บนทางด่วนด้วยความเร็วเบาๆ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หลังจากช่วงก่อนหน้านี้ไปเสียเวลารถติดอยู่ข้างล่างมาพักใหญ่ แทงบอล

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มักถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งแชมป์พรีเมียร์ลีกตั้งแต่ก่อนเริ่มต้นฤดูกาล เหตุผลหลักๆ สภาพทีมที่เพรียบพร้อมกว่าชาวบ้าน ทั้งของเดิมที่มีอยู่แล้ว และที่เสริมทัพเข้ามาใหม่ทุกๆ ช่วงตลาดซื้อขาย

และซีซั่นนี้ก็เช่นกัน แม้ ลิเวอร์พูล มีดีกรีเป็นถึงแชมป์เก่าก็ตาม เกมส์SBOBET

แต่การออกสตาร์ตฤดูกาลที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่คาดคิดว่าจะเป็นเช่นนี้ 8 เกมแรก ชนะแค่ 3 เกม เสมอ 3 เกม และแพ้ไปแล้วถึง 2 เกม (คาบ้านต่อ เลสเตอร์ 2-5, บุกแพ้ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0-2)

นั่นทำให้อันดับของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หล่นไปอยู่ถึงที่ 13 หลังจบเกมที่ 8 ของฤดูกาล (เตะน้อยกว่าทีมอื่น 1 เกม) ที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม

ผู้คนกำลังพูดถึงความร้อนแรงของ เอฟเวอร์ตัน กับ เลสเตอร์ ที่สลับกันเป็นผู้นำของตารางในช่วงเริ่มต้น ต่อด้วย ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่เข้ามารับช่วงต่อ ก่อนจะตกถึงมือแชมป์เก่า ลิเวอร์พูล และกลายเป็นของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเวลาต่อมา

และด้วยความที่เป็นการขับเคี่ยวกันของสองทีมคู่ปรับตลอดกาล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล ทำให้ใครๆ ต่างลืมชื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปเลย โดยเฉพาะหลังจบเกมที่เปิดบ้านเสมอ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ทำให้ทีมของ เป๊ป อยู่แค่อันดับ 9 แม้แข่งน้อยกว่าทีมอื่นอยู่ก็ตาม

แต่หลังจากนั้น ซิตี้ กวาดชัยชนะ 7 เกมรวด เป็น 21 คะแนนเต็ม แม้มีเกมเยือน สแตมฟอร์ด บริดจ์ เป็นหนึ่งในนั้น แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา ส่วนที่เหลืออีก 6 เกม ล้วนเป็นงานเบาทั้งหมด

ประกอบกับ ลิเวอร์พูล สะดุดต่อเนื่องตั้งแต่โปรแกรมบ็อกซิ่งเดย์เป็นต้นมา ผ่านไปแล้ว 5 เกม เพิ่งบวกแต้มเพิ่มได้เพียง 3 คะแนนเท่านั้น แถมยังยิงได้เพียงประตูเดียว และปืนฝืดมา 4 เกมติดต่อกัน

บวกกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็มาประสบอุบัติเหตุลูกหนัง ในเกมล่าสุดที่แพ้คาบ้านต่อ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ทีมบ๊วย 1-2 (ไม่ขอลงรายละเอียด) หยุดผลงานไม่แพ้เกมลีกเอาไว้ที่ 13 เกม หรือนับตั้งแต่การแพ้คาบ้านต่อ อาร์เซน่อล 0-1 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน เป็นต้นมา

นั่นทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผงาดขึ้นจ่าฝูงแบบเต็มตัว แถมยังมีเกมตกค้างเหลืออยู่ในมือหนึ่งเกมด้วย หมายความว่า เรือใบสีฟ้า อาจฉีกหนีเป็น 4 คะแนนได้เลย หากคว้าชัยชนะในเกมตกค้าง ซึ่งเป็นเกมที่ กูดิสัน พาร์ค

เป๊ป นำพา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ‘back on track’ อีกครั้ง เพราะไม่เพียงแค่การนำจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกแบบเนียนๆ แล้ว ซิตี้ ยังรอเล่นรอบชิงชนะเลิศ คาราบาวคัพ เจอกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, เข้าสู่รอบ 5 เอฟเอคัพ เยือน สวอนซี และรอเล่นรอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เจอกับ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค SBOBET24

พูดได้เต็มปากอีกฤดูกาลว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีลุ้น 4 แชมป์ แม้ซีซั่นนี้เต็มไปด้วยปัญหาและอุปสรรครอบด้าน ทั้งอาการบาดเจ็บของตัวหลัก และที่สำคัญมีนักเตะผลัดกันเจอผลบวก โควิด-19 กันหลายต่อหลายราย

ถึงตอนนี้ ชื่อของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลับมาน่าเกรงขามสุดๆ อีกครั้ง และจะถูกลืมชื่อเหมือนตอนเดือนพฤศจิกายนไม่ได้อีกแล้ว จากผลงานชนะรวด 11 เกมรวมทุกรายการ และอาจยืดตัวเลขเพิ่มออกไปอีกเรื่อยๆ

เรือใบเร่งเครื่องแซงแชมป์แทงบอล

ส่งลา”แลมพาร์ด”

แฟร้งค์ แลมพาร์ด กลายเป็นผจก.ทีม คนที่ 14 ในสารบบ เชลซี ที่ต้องกระเด็นออกจากตำแหน่งยุคเจ้าของสโมสรจอมเชือดอย่าง โรมัน อับราโมวิช ปฏิกิริยากระเพื่อมไปทั้งลีกจนเหล่าบอสของสโมสรคู่แข่งอย่าง แมนฯ ซิตี้, เลสเตอร์ หรือ คริสตัล พาเลซ ขอแวะแสดงความเห็นต่อเรื่องที่เกิด ณ สแตมฟอร์ด บริดจ์ แทงบอล

‘แลมพ์ส’ ถูกขอให้ก้าวลงจากตำแหน่งเซ่นผลงานชนะแค่ 2 จาก 8 เกมลีกหลังสุด ยิ่งเมื่อไปงัดกับบอร์ดบริหารเรื่องการปฏิบัติที่ไม่ดีต่อ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า นายด่านค่าตัวแพง และเรียกร้องขอให้ซื้อ ดีแคลน ไรซ์ เสริมทัพ ม.ค.นี้ ทั้งที่ตลาดซัมเมอร์ทีมทุ่มแล้วกว่า 230 ล้านปอนด์

ก็เป็นเหตุให้ ‘สิงห์บลูส์’ ตัดสินใจสิ้นสุดการร่วมทางกับอดีตตำนานเพียง 18 เดือน พร้อมจ่อแต่งตั้ง โธมัส ทูเคิ่ล เทรนเนอร์ดอยช์นิสัยยอมหักไม่ยอมงอมาแทน

แน่นอนว่าความเปลี่ยนแปลงหัวเรือใหญ่ที่ เดอะ บริดจ์ เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงวงกว้างในหมู่เพื่อนร่วมอาชีพหัวหน้าผู้ฝึกสอน โดย โจเซป กวาร์ดิโอล่า บอส ‘เรือใบสีฟ้า’ เป็นหัวหอกชวน ‘แลมพ์ส’ นัดทานมื้อค่ำเมื่อผ่านช่วงการระบาดของโควิด-19

“คนส่วนมากพูดเรื่องของแผนงานหรือแนวคิดการสร้างทีม – พวกเขาไม่รู้อะไรจริง เพราะงานผจก.ทีมคุณแค่ต้องชนะเกม หากทำไม่ได้เขาจะไปหาคนมาแทน” เป๊ป กล่าว

“ผมเคารพการตัดสินใจของสโมสร เชลซี แต่ส่วนตัวหวังว่าจะมีโอกาสได้เจอหน้า แฟร้งค์ เร็ววันนี้เพื่อไปทานอาหารที่ภัตตาคารร่วมกันเมื่อมาตรการล็อคดาวน์สิ้นสุดลง”

ต่อกันด้วย เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผจก.ทีม เลสเตอร์ ซิตี้ ค่ายสุดท้ายในลีกที่ แลมพาร์ด มีโอกาสดวลกึ๋นด้วย มีมุมมองว่าบอสวัย 42 ปีสมควรได้เวลาคุมทีมนานกว่านี้เพื่อประคบประหงมเหล่าแข้งผลผลิตสโมสรให้ปีกกล้าขาแข็งเสียก่อน

เพราะตลอดปีครึ่งฐานะบอส ‘สิงห์บลูส์’ แลมพาร์ด ผลักดันเด็กปั้นอย่าง เมสัน เมาน์ท, แทมมี่ อับราฮัม, บิลลี่ กิลมอร์ และ รีซ เจมส์ ขึ้นชุดใหญ่

แต่เนื่องจากไม่สามารถขับเน้นศักยภาพสองแข้งดอยช์ค่าตัวแพงอย่าง ติโม แวร์เนอร์ กับ ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่ซิวมาช่วงซัมเมอร์ ส่งผลให้บอร์ดพิจรณาเปลี่ยนแปลงเจ้านายใหญ่ข้างสนาม

“ผมเสียใจแทนเขาและสตาฟฟ์ด้วย ก็ทราบว่าสโมสรแห่งนั้นมีความหมายกับเขามากแค่ไหน แฟร้งค์ ทุ่มทุกสิ่งเพื่อต้นสังกัด” ร็อดเจอร์ส ส่งความห่วงใย

“ลองดูที่ขุมกำลังปัจจุบัน, มองบริบทโดยรอบ, ดูคนหนุ่มที่พวกเขามี, การปรับตัวของแข้งหน้าใหม่ มันเป็นทีมที่จำเป็นต้องให้เวลาปลุกปั้น น่าเสียดายเขาไม่ได้เวลานั้น”

“เข้าใจหัวอกเขาเลย หมอนั่นอาจหาญมากที่ก้าวออกจากสถานะอดีตนักเตะอาชีพอันน่าอัศจรรย์ อันที่จริงสามารถเลือกเส้นทางได้ง่ายกว่านั้นแต่กลับกระโจนมาเอาดีตำแหน่งโค้ชและผจก.ทีมเลย”

“เขากล้ารับงานที่ยากปฏิเสธแม้ตัวเองยังไม่มีประสบการณ์คุมทีมมากขนาดนั้น เขาคิดว่าตัวเองสามารถสร้างผลงานอันยอดเยี่ยมได้ซึ่งซีซั่นก่อนผมคิดว่าหมอนั่นทำสำเร็จ”

“โอเค ผลการแข่งขันในฤดูกาลนี้อาจไม่เป็นดั่งใจต้องการ แต่การตัดสินใจที่ออกมาก็คงไม่เป็นแบบที่เจ้าตัวอยากได้รับเพราะเขาทราบแก่ใจว่าตัวเองคือผู้ชนะ”

“ก็อย่างที่เรียนไป ส่วนตัวรู้สึกว่างานนี้จะทำให้ดีมันจำเป็นต้องใช้เวลา น่าเสียใจแทน แลมพาร์ด ที่ไม่ได้เวลามากพอ”

อีกผจก.ทีมที่มองว่า ‘แลมพ์ส’ ถูกเด้งเร็วเกินไปนั่นคือ รอย ฮอดจ์สัน ผู้เคยเป็นบอสให้ แฟร้งค์ นามทีมชาติอังกฤษเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน

เหมือนกับที่ กวาร์ดิโอล่า พูดไว้ ทางโค้ชเฒ่าวัย 73 ปีอยากมีโอกาสเปิดใจนั่งคุยกับ แลมพาร์ด ทั้งเห็นอกเห็นใจที่ตำนานนักเตะอย่างเขา ด่วนกลายเป็นอดีตผจก.ทีม เชลซี เสียแล้ว

“ผมว่าจะคุยกับเขาในอีก 2-3 วันข้างหน้า แต่คงไม่ให้คำแนะนำใดๆหากเจ้าตัวไม่ร้องขอ ที่อยากคุยกับหมอนั่นแค่แสดงความเสียใจอย่างที่สุด-เขาควรได้โอกาสนานกว่านั้น” ฮอดจ์สัน กล่าว

“ก็แค่คาดหวังว่าสถานะไอดอลของแฟนบอล, ตำนานนักเตะ เชลซี เขาควรได้เวลาทำงานฐานะผจก.ทีมมากกว่า 18 เดือน”

“แต่ก็น่าเสียดายว่า เชลซี คือสโมสรใหญ่ พวกเขามีสถิติเปลี่ยนผจก.ทีมเป็นว่าเล่น เมื่อผลการแข่งขันไม่เป็นไปดั่งใจ”

“ผมก็ได้แต่หวังว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่บั่นทอนกำลังใจเรื่องที่ว่า แฟร้งค์ มีศักยภาพแค่ไหน, เขายังสามารถไปได้อีกไกล ก็มองว่าสายโทรศัพท์ของหมอนั่นคงแทบไหม้ แต่เราคงทำได้เพียงแสดงความเห็นอกเห็นใจและเข้าใจหัวอกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเจ้าตัว” เกมส์SBOBET

ต่อด้วย เดวิด มอยส์ เจ้านายใหญ่ เวสต์แฮม ที่ตำแหน่งสูงกว่า เชลซี บนตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ณ วันที่ แลมพาร์ด โดนไล่ออกจากตำแหน่ง ก็กล่าวยกย่องการทำงานของอดีตเฮดโค้ชหนุ่มซึ่งสร้างไว้เมื่อปีก่อน ทั้งหวังว่าเรื่องที่เกิดกับ ‘แลมพ์ส’ จะไม่ทำให้กุนซือผู้ดีสายเลือดใหม่แหยงรับงานใหญ่

“ผิดหวังแทน แฟร้งค์ เพราะในสายตาผมนั้นเห็นว่าเขาคือผจก.ทีมสัญชาติอังกฤษเลืดใหม่หนึ่งคนที่โดดเด้งขึ้นมาในประเทศนี้ คิดว่านี่คือตัวอย่างที่ดีสำคัญสร้างแรงบันดาลใจแก่เหล่ากุนซือชาวสหราอาณาจักรซึ่งหวังก้าวมารับงานลีกใหญ่ หากสามารถทำได้” กุนซือชาวสกอตต์แสดงความเห็น

“ผมแน่ใจว่าเขาได้คืนวงการแน่ หมอนั่นจะเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น เขาทำผลงานปีก่อนอย่างยอดเยี่ยมกับทีมนี้ ผลักดันเด็กหนุ่มหลายคนขึ้นจากอะคาเดมี่ พวกเขาดูมีแววมากโดยเฉพาะซีซั่นที่แล้ว”

“ก็หวังให้เขาโชคดี แฟร้งค์ เป็นคนนิสัยดี มั่นใจว่าคงหลบไปพักสักระยะจากนั้นก็กลับสู่วงการ”

ปิดท้ายที่ ราล์ฟ ฮาเซนฮึทเทิ่ล ผจก.ทีม เซาธ์แฮมป์ตัน ซึ่งตกเป็นข่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนพัวพันว่าอาจถูก เชลซี ทาบทามไปรับงานใหญ่ที่ แสตมฟอร์ด บริดจ์

แต่ทั้งนี้เจ้าตัวไม่พูดถึงประเด็นนั้น แต่อยากให้คนในวงการดู ‘นักบุญ’เป็นตัวอย่าง หากบอร์ดบริหารด่วนตัดสินใจไล่เขาออกเมื่อปีก่อนตอนแพ้ เลสเตอร์ 0-9 คารัง ทีมก็คงไม่สามารถไต่มาเกาะกลุ่มครึ่งบนตารางเวลานี้ห่างพื้นที่ฟุตบอลยุโรปแค่เอื้อม แถมเพิ่งเขี่ย อาร์เซน่อล ตกรอบสี่ เอฟเอ คัพ

“ฤดูกาลนี้พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เพิ่งปลดผจก.ทีมไปสองคนถือว่าไม่มาก แต่ผมคงไม่สามารถยกสถานการณ์ที่ตัวเองเผชิญไปเทียบกับเขาได้เพราะมันแตกต่างสิ้นเชิง” บอสชาวออสเตรี่ยน แสดงความเห็น

“อย่างปีก่อนที่ แฟร้งค์ รับมือ ก็ไม่อยากเรียกทีมนั้นว่าแข้งไร้ชื่อเสียงเรียงนาม นิยามว่าคือขุมกำลังคนหนุ่มเป็นหลักแล้วสามารถฝ่าฟันล่าสิทธิ์เตะแชมเปี้ยนส์ ลีก สำเร็จฤดูกาลนี้” SBOBET24

“แต่เมื่อคุณเซ็นสัญญานักเตะชื่อชั้นดีด้วยมูลค่าแพง มันเป็นปกติที่ต้องเผชิญความกดดันเร็วขึ้น ความคาดหวังสูงขึ้น – แต่กับประเด็นสิ่งที่เกิดในบั้นปลาย เหตุผลทำไมไม่ได้ทำงานต่อ ผมไม่ทราบเรื่องนั้น ด้วยความสัตย์ไม่ต้องพาดพิงถึงด้วย”

ส่งลา”แลมพาร์ด”แทงบอล

อนาคตของ เอ็มบั๊ปเป้

ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง กลับมาเข้าร่องเข้ารอยด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมอีกครั้งภายใต้การนำของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ แทงบอล

แม้จะเริ่มงานด้วยผลเสมอ แต่หลังจากนั้น ‘พอช’ และทีมงานพา เปแอสเช คว้าชัยได้ 4 เกมติดต่อกัน นั่นจึงเป็นสัญญาณที่ดีนับตั้งแต่สโมสรตัดสินใจเปลี่ยนตัวกุนซือ

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศในทีมอาจจะกำลังดูดีกว่าที่ผ่านมา แต่ปัญหาภายในยังคงเป็นสิ่งที่แฟนบอลกังวลและอยากให้สโมสรรีบแก้ไขอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะสัญญาฉบับใหม่ของ เนย์มาร์ และ คีลียัน เอ็มบั๊ปเป้ ที่กำลังจะหมดลงกลางปี 2022

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทั้งสองคือหัวใจในแนวรุกของ เปแอสเช เมื่อทีมมีทั้งคู่ลงสนามโอกาสในการเอาชนะคู่แข่งจะมีมากกว่า ซึ่งมันสะท้อนได้จากผลงานและสถิติที่เกิดขึ้นในช่วง 3 ปีหลังสุด

โดยเฉพาะ เอ็มบั๊ปเป้ ที่ ปารีส หมายมั่นปั้นมือให้เป็นแกนหลักของสโมสรในระยะยาว แต่ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ก็มีความเป็นไปได้ที่ทีมจะสุ่มเสี่ยงเสียกองหน้าวัย 22 ปีออกไปในอนาคต

แน่นอนว่า เปแอสเช พยายามทุกวิถีทางในการรั้งแกนหลักให้อยู่กับทีม เพราะที่ผ่านมาเริ่มมีสัญญาณที่ดีในการสร้างสโมสร ยิ่งการเข้ารอบชิชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา ยิ่งทำให้บอร์ดบริหารอยากรั้ง เอ็มบั๊ปเป้ ให้อยู่กับทีมมากขึ้น

กระนั้นการตัดสินใจไม่ได้ขึ้นอยู่กับสโมสรฝ่ายเดียว เพราะท้ายที่สุดมันอยู่ที่นักเตะว่าจะยอมฝากอนาคตไว้ที่เมืองหลวงของแดนน้ำหอมต่อไป หรือว่าถึงเวลาในการยกระดับตนเองกับสโมสรที่ใหญ่กว่า

ที่ผ่านมาแฟนบอลต่างรู้ดีว่ากองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสรายนี้ตกเป็นเป้าหมายการเสริมทีมของบรรดายักษ์ใหญ่ที่ถูกโยงเข้ามาไม่ว่าจะเป็น เรอัล มาดริด, บาร์เซโลน่า, ลิเวอร์พูล หรือแม้แต่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ยูเวนตุส (แต่ที่ทีมอื่นๆ ยังไม่รุกคืบเพราะพวกเขาโดนผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ที่เล่นงานการเงินอยางหนัก ซึ่งจุดนี้อาจจะเป็นโชคดีของ เปแอสเช ที่ไม่ต้องสู้ศึกภายนอกจากทีมอื่นๆ)

นั่นจึงอาจจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้การเจรจาสัญญาฉบับใหม่ของแข้งวัย 22 ปีไม่คืบหน้า เพราะลึกๆ แล้วนักเตะ ‘อาจจะ’ รอดูท่าทีต่างๆ จากทั้งต้นสังกัดและสโมสรอื่นๆ ก่อนจะตัดสินใจอนาคตของตนเอง

สำหรับ เปแอสเช พวกเขาเผยให้เห็นความตั้งใจจริงในการต่อสัญญากับอดีตหัวหอกโมนาโก ซึ่งทาง เลโอนาร์โด้ ผู้อำนวยการกีฬาแห่งถิ่น ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ ออกมาย้ำเสมอว่านี่คือภารกิจหลักของเขากับทีมในการต่อสัญญาแกนหลัก

“ผมหวังว่านักเตะจะเชื่อมั่นว่าพวกเขาอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับนักเตะระดับสูงและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เราไม่ได้กำลังจะร้องขอให้พวกเขาอยู่กับทีมต่อไป

“คุณก็แค่ต้องหาข้อตกลงระหว่างความปรารถนาของคุณ ความต้องการของคุณ และจุดประสงค์กับความคาดหวังของพวกเรา

“ถ้านักเตะชอบสโมสรพวกเขาก็จะอยู่ต่อไป คนที่อยากอยู่ต่อไปก็จะทำแบบนั้น เราอยู่ในการเจรจาสัญญาและผมมั่นใจ”

มันเป็นบทสัมภาษณ์ที่ เลโอนาร์โด้ ให้ไว้กับ ฟร้องซ์ ฟุตบอล เมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า เปแอสเช เตรียมข้อสนอของพวกเขาไว้แล้ว แต่มันขึ้นอยูกับนักเตะว่าจะตัดสินใจอย่างไร

ในกรณีของ เอ็มบั๊ปเป้ อาจจะมีความเคลื่อนไหวมากกว่า เนย์มาร์ เพราะทางหัวหอกเลือดน้ำหอมออกมาแย้มด้วยตนเองเองว่าการเจรจากับต้นสังกัดมีขึ้นไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ

สาเหตุหลักๆ คงหนีไม่พ้นเรื่องความโลเลเกี่ยวกับอนาคตของเขา เพราะอย่าลืมว่าเขาประสบความสำเร็จในประเทศกับ เปแอสเช มาทุกรายการ อาจจะมีภารกิจใน ยูซีแอล ที่ยังไม่สำเร็จ แต่นั่นเป็นเรื่องที่เขาอาจจะไปทำร่วมกับทีมอื่นๆ ที่องค์ประกอบดีกว่านี้ก็ได้ เกมส์SBOBET

นอกจากนั้นยังมีเรื่องของการยกระดับอาชีพและการพิสูจน์ตนเองในลีกที่คุณภาพสูงกว่า ลีก เอิง (ไม่ได้ดูถูกลีกฝรั่งเศสว่าอ่อนด้อย แต่หากเทียบในระดับ 5 ลีกใหญ่ยุโรป ฝั่งลีก เอิง ถือว่ามีการขับเคี่ยวแข่งกันน้อยกว่า) การเดินทางไปยังลีกที่ใหญ่กว่าอาจจะเป็นการพัฒนาเพื่ออนาคตของเขา

แต่เรื่องราวต่างๆ ยังคงมีเวลาให้ตัดสินใจ แม้สัญญาของเขาเหลือเพียง 18 เดือน แต่ดูเหมือน คีลียัน ยังไม่รีบร้อน

“เราอยู่ในการเจรจากับสโมสร และผมกำลังคิดเกี่ยวกับมัน เพราะผมคิดว่าถ้าตนเองเซ็นสัญญามันจะเป็นการเซ็นระยะยาวกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง” เอ็มบั๊ปเป้ กล่าวผ่าน เตเลฟุต

“ผมมีความสุขกับที่นี่มากๆ ผมมีความสุขมาโดยตลอด กองเชียร์และสโมสรต่างช่วยเหลือผม และด้วยเหตุผลนั้นเพียงอย่างเดียว ผมจะรู้สึกขอบคุณสโมสรอยู่เสมอแต่ผมต้องการไตร่ตรองและคิดว่าผมต้องการทำอะไรในช่วงหลังจากนี้ ผมอยากไปที่ไหน และนั่นคือสิ่งที่ผมกำลังคิด ผมจะต้องตัดสินใจในเร็วๆ นี้ แต่ผมยังคงครุ่นคิดอยู่

“ผมไม่ได้พยายามจะซื้อเวลา ผมกำลังคิดถึงหลายๆ สิ่ง ซึ่งผมไม่ต้องการเซ็นสัญญาและหลังจากอยากย้ายในปีถัดไป ถ้าผมเซ็นสัญญาผมจะอยู่ที่นี่”

อย่างที่เรียนไปแล้วว่าเกิดความลังเลในจิตใจของ เอ็มบั๊ปเป้ เพราะใจหนึ่งเขาอาจจะอยากอยู่กับ เปแอสเช ต่อไป แต่นั่นหมายถึงการที่เขาต้องเล่นในบ้านเกิดไปอีกหลายปี และอีกใจหนึ่งคือการยกระดับตัวเองในลีกที่สูงกว่า ซึ่งนั่นอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีหากมองถึงเส้นทางอาชีพที่ทอดยาวรอเขาอยู่ในเบื้องหน้า

สิ่งเหล่านี้ไม่มีใครทราบได้ดีไปกว่า เอ็มบั๊ปเป้ เพราะการตัดสินใจทั้งหมดอยู่ที่ตัวเขาว่าจะวางอนาคตให้กับตนเองไว้อย่างไร SBOBET24

เราจึงได้เห็นบทสัมภาษณ์ที่ ‘แทงกั๊ก’ แน่นอนเขารัก ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง อย่างมาก แต่บางครั้งความรักกับความต้องการก็อาจจะเดินสวนทางกัน โดยเฉพาะเมื่อมองไปถึงความสำเร็จในฐานะนักฟุตบอล

ยังมีสโมสรอีกมากมายที่พร้อมมอบสิ่งที่ เอ็มบั๊ปเป้ ต้องการ ไม่ว่าจะรางวัลความสำเร็จทั้งในฐานะทีมและส่วนตัว

ถึงตรงนี้เวลางวดเข้ามาทุกขณะ สำหรับ เอ็มบั๊ปเป้ เขาต้องการเวลาในการคิดไตร่ตรอง ผิดกับ เปแอสเช ที่ต้องการคำตอบหรือความชัดเจนโดยเร็ว

น่าสนใจว่าอนาคตหลังจากนี้ของกองหน้าวัย 22 ปีจะดำเนินไปในทิศทางใด จะยังคงเลือกเส้นทางเดิมหรือถึงเวลาในการเปลี่ยนแปลงอาชีพของเขา … อีกไม่นานก็คงจะได้ทราบกัน

อนาคตของ เอ็มบั๊ปเป้แทงบอล

ยอดแข้งผู้ดีลุยลีกเอิง

เดเล่ อัลลี่ อาจเป็นนักเตะอังกฤษคนต่อไปที่จะโยกไปเล่นในฝรั่งเศส กองกลาง สเปอร์ส ถูกดองเค็มโดย โชเซ่ มูรินโญ่ และเขาก็มีข่าวเชื่อมโยงอย่างหนักกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ซึ่งมีเจ้านายเก่าของเขาอย่าง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ คุมทัพ แทงบอล 

    อย่างไรก็ตาม อัลลี่ ไม่ใช่สตาร์จากเมืองผู้ดีคนแรกที่จะได้ไปลุยเวทีลีก เอิง

    นี่คือผู้เล่นจากอังกฤษที่เคยไปค้าแข้งในเมืองน้ำหอมมาแล้ว ซึ่งบางคนคุณก็อาจจะไม่เคยรู้มาก่อน

เดวิด เบ็คแฮม

    ในฤดูกาลสุดท้ายของการเป็นนักเตะอาชีพ เบ็คแฮม เติมเต็มชีวิตตัวเองที่ เปแอสเช

    เขาลงเล่นไป 14 นัด หลังเซ็นสัญญาระยะสั้นในเดือนมกราคม ปี 2013 มันน่าจดจำยิ่งกว่านั้นเมื่อเขาบริจาคเงินค่าเหนื่อยให้กับองค์กรการกุศลสำหรับเด็กๆ ท้องถิ่น

    ในเกมเหย้านัดสุดท้ายกับทีม เขาทำแอสซิสต์จากลูกเตะมุมจนได้ประตูจาก แบลส มาตุยดี้

    ‘พี่เบ็คส์’ ถูกถอดออกในนาทีที่ 80 พร้อมกับการลุกขึ้นปรบมือจากทั่วสนาม พร้อมได้รับการสวมกอดจากทั้งนักเตะ และกุนซือ

    จบฤดูกาลนั้น เปแอสเช ได้ครองแชมป์ และ เบ็คแฮม ก็ได้เหรียญรางวัลด้วย

โทนี่ คาสคาริโน่

    อดีตหัวหอก มิลล์วอลล์ และ เชลซี ย้ายไปยัง มาร์กเซย เมื่อปี 1994 บนวัย 32 ปี ซึ่งหมายความว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเขาน่าจะผ่านไปแล้ว

    อย่างไรก็ตาม คาสคาริโน่ ซึ่งเกิดที่อังกฤษแต่เลือกเล่นให้ทีมชาติไอร์แลนด์กลับประสบความสำเร็จในฝรั่งเศส

    เขาคว้าแชมป์ลีก เดอซ์ กับทั้ง มาร์กเซย และ น็องซี่ โดยยิงได้ 61 ประตู จาก 84 เกม และ 44 ลูก จาก 109 นัดตามลำดับ

    เขาจบเส้นทางค้าแข้งกับ เร้ด สตาร์ 93 และยังคงเป็นเจ้าของสถิติแข้งอายุเยอะสุดที่ยิงแฮตทริกในลีก เอิง ด้วยวัย 37 ปี กับ น็องซี่

เกล็นน์ ฮ็อดเดิ้ล

    ตำนาน สเปอร์ส อย่าง ฮ็อดเดิ้ล ก็เคยมีเส้นทางอาชีพในต่างแดน

    มิดฟิลด์ชื่อดังรายนี้มาค้าแข้งในลีก เอิง ภายใต้การคุมทัพของ อาร์แซน เวนเกอร์ ซึ่งมอบหมายตำแหน่งเบอร์ 10 สุดคลาสสิกให้เขาที่ โมนาโก

    ฮ็อดเดิ้ล เล่นร่วมกับ จอร์จ เวอาห์ และช่วยให้ทีมกลายเป็นเบอร์หนึ่งของฝรั่งเศสในปี 1988 และพวกเขาก็ทะลุถึงรอบก่อนรองชนะเลิศถ้วยยูโรเปี้ยน คัพ ในฤดูกาลถัดมา

    ด้วยอาการเจ็บเข่าอย่างรุนแรงในฤดูกาลสุดท้ายที่ฝรั่งเศส ทำให้เขาถูกปล่อยตัวออกมา หลังยิงไป 27 ประตู จาก 69 เกม

โจ โคล

    หลังจากล้มเหลวกับ ลิเวอร์พูล อย่างสิ้นเชิง โคล ก็ตัดสินใจย้ายไปเล่นกับแชมป์ลีกฝรั่งเศสอย่าง ลีลล์ แบบยืมตัวในปี 2011

    อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษได้ลงเล่นกับ เอแด็น อาซาร์ ที่ยังเป็นดาวรุ่ง ก่อนดาวเตะเบลเยียมจะย้ายมายัง เชลซี

    เขากลับมาโชว์ฟอร์มได้ดี โดย โคล ถือว่าประสบความสำเร็จที่ฝรั่งเศสภายใต้การคุมทัพของ รูดี้ การ์เซีย ซึ่งต้องการซื้อขาดเขาในเวลานั้น หลังจากจบซีซั่นด้วยการยิงไป 9 ประตูรวมทุกรายการ

    อย่างไรก็ตาม โคล รู้สึกว่าตัวเองจบไม่จบภารกิจกับ ลิเวอร์พูล และรีเทิร์นกลับมายังถิ่นแอนฟิลด์เป็นครั้งที่สองในยุคของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส

คริส วอดเดิ้ล

    ในปีก่อนฟุตบอลโลก 1990 วอลเดิ้ล เสี่ยงดวงในอาชีพด้วยการย้ายจากคอมฟอร์ตโซนอย่าง สเปอร์ส ไปยัง มาร์กเซย

    ค่าตัว 4.5 ล้านปอนด์ ถือเป็นตัวเลขสูงสุดอันดับสามที่ทีมฟุตบอลจ่ายในเวลานั้น

    กระนั้น เขาก็ไม่สนใจความกดดันด้วยการคว้าแชมป์ลีกได้ 3 สมัยกับสโมสรใน 3 ฤดูกาลของเขา และก็จบด้วยรองแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ

    เขาได้รับฉายาว่า ‘เมจิก คริส’ จากแฟนๆ และก็ได้รับการโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมที่สุดอันดับสองในรอบศตวรรษรองจาก ฌอง ปิแอร์ ปาแป็ง ในปี 1998

โจอี้ บาร์ตัน

    หลังถูกไล่ออกในเกมสุดท้ายของฤดูกาลในนัดที่ ควีนส์ปาร์ค พบ แมนฯ ซิตี้ เมื่อปี 2012 เขาถูกแบน 12 นัด ซึ่งทำให้ บาร์ตัน ก็ย้ายออกไป

    มิดฟิลด์จอมโหดเลือก มาร์กเซย ซึ่งเขาย้ายไปแบบยืมตัวทั้งฤดูกาล เกมส์SBOBET 

    กระนั้น โทษแบนของเขาก็ยังตามติดตัวไปยังฝรั่งเศส ซึ่งนั่นทำให้เขาสามารถลงสนามได้แค่ในยูโรปา ลีก

    แต่เขาก็ยังไปสร้างปัญหาในต่างแดน โดยปี 2013 บาร์ตัน ถูกแบน 2 เกม เนื่องจากไปโจมตี ติอาโก้ ซิลวา กองหลัง เปแอสเช ว่าเหมือนเกย์ในทวิตเตอร์

    สุดท้าย บาร์ตัน ก็กลับมายัง คิวพีอาร์ หลังจบซีซั่นนั้น

เรย์ วิลกิ้นส์

    นักเตะผู้ล่วงลับประสบความสำเร็จในต่างแดนที่ เอซี มิลาน ซึ่งสื่ออิตาเลี่ยนยกย่องเขาให้เป็นสุดยอดมืออาชีพ ซึ่งได้รับคำชื่นชมจากการผ่านบอลที่แม่นยำ

    อย่างไรก็ตาม เขากลับต้องดิ้นรนที่ เปแอสเช เมื่อถูกขายไปยังปารีสในปี 1987

    เขามีโอกาสลงสนามเพียงแค่ 13 นัด ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากม้านั่งสำรอง

    วิลกิ้นส์ ย้ายไปยังสกอตแลนด์ในปีเดียวกัน หลังจากที่เขาเซ็นสัญญากับ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ในราคา 250,000 ปอนด์

มาร์ค เฮตลี่ย์

    เขาก็คล้ายๆ กับ วิลกิ้นส์ โดย เฮตลี่ย์ เคยโด่งดังกับ เอซี มิลาน ก่อนที่จะย้ายไปยังฝรั่งเศส

    กองหน้าชาวอังกฤษถูกเซ็นสัญญาโดย อาร์แซน เวนเกอร์ ในปี 1987 และก็ใช้เวลา 3 ปีที่นั่น

    ไม่เพียงแค่แชมป์ลีก เอิง ในปี 1987-88 เฮตลี่ย์ ยิงไป 22 ประตู จาก 59 เกมลีก

    เขารีเทิร์นกลับมายังยูเคในปี 1990 ด้วยค่าตัว 1 ล้านปอนด์ กับ เรนเจอร์ส และเล่นภายใต้การคุมทีมของ แกรม ซูเนสส์

เทรเวอร์ ชาโลบาห์

    หาก เดเล่ อัลลี่ เลือกที่จะย้ายไปยังฝรั่งเศสในตอนนี้ เขาก็จะมีเพื่อนร่วมชาติที่นั่น

    ชาโลบาห์ ถูกยืมมาจาก เชลซี โดยเล่นกับ ลอริยองต์ ซึ่งพบตำแหน่งชัดเจนก็คือแบ็กขวา

    เขาลงสนามไป 9 เกมให้กับสโมสร แต่ทีมของเขาก็รั้งบ๊วยในลีก เอิง

    ดาวเตะทีมชาติอังกฤษชุดยู-21 ยังคงเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในลีก เอิง เพื่อกลับมาท้าชิงตำแหน่งในทีมชุดใหญ่ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์

ไคลฟ อัลเลน

    อัลเลน ยิงประตูอย่างสม่ำเสมอในเวทีลูกหนังฝรั่งเศสกับ บอร์กโดซ์ ช่วงปี 1988-89 SBOBET24 

    แต่เขาก็อยู่ที่นั่นได้ไม่นาน เนื่องจากไม่มีความสุข และย้ายกลับมายังอังกฤษกับ แมนฯ ซิตี้ หลังลงสนามไปเพียงแค่ 19 นัด

    กระนั้นเขาก็อุตส่าห์ยิงถึง 13 ประตู มันจึงไม่ใช่ความล้มเหลว และแฟน บอร์กโดซ์ ก็ต้องเสียใจที่เขาเลือกจากไป

    จากนั้น อัลเลน ก็ไปเล่นกับ ซิตี้, เชลซี, เวสต์แฮม, มิลล์วอลล์ และ คาร์ไลส์ แม้กระทั่งช่วงสั้นๆ ที่ไปเล่นในอเมริกากับ ลอนดอน มอเนิร์ค

ยอดแข้งผู้ดีลุยลีกเอิงแทงบอล 

“ซาบาเลต้า”9ปีแห่งความทรงจำแห่งซิตี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเมื่อ 12 ปีที่แล้ว เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่แบ็กขวาชาวอาร์เจนไตน์เดินเข้าสู่ ซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ สเตเดี้ยม แทงบอล

31 สิงหาคม 2008 ปาโบล ซาบาเลต้า ปฏิเสธข้อเสนอจากยักษ์ใหญ่อิตาลี ยูเวนตุส เพื่อเซ็นสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ตอนนั้นไม่เคยจบสูงกว่าอันดับ 9 เลยนับตั้งแต่เลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกในปี 2002

“ข้อเสนอที่ผมได้รับเป็นไปไม่ได้เลยที่ผมจะปฏิเสธ ไม่ใช่แค่เพราะเรื่องเงิน ยูเวนตุส ก็ต้องการตัวผมด้วย แต่ผมอยากมาเล่นในอังกฤษ และอยากมาแมนเชสเตอร์” ซาบาเลต้า ตอนเซ็นสัญญาระยะเวลา 5 ปี ย้ายจาก เอสปันญ่อล มาเป็นสมาชิกใหม่ของ ซิติเซนส์

ในช่วงเวลานั้น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ซึ่ง ซาบาเลต้า ทราบดีอยู่แล้วว่าสโมสรแห่งนี้กำลังจะเปลี่ยนนายทุนจาก ทักษิณ ชินวัตร มาเป็น อาบู ดาบี ยูไนเต็ด กรุ๊ป อินเวสต์เมนท์ แอนด์ ดีเวล็อปเมนท์ ลิมิเต็ด ซึ่งเป็นกลุ่มทุนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา

และการเข้ามาของ ซาบาเลต้า ก็เกิดขึ้นหลังจาก แว็งซ็องต์ ก็องปานี กับ ชอน ไรท์-ฟิลลิปส์ เพียงไม่กี่วัน และภายหลังก็ตามมาด้วย โรบินโญ่ ที่สร้างความฮือฮา ย้ายจาก เรอัล มาดริด ค่าตัวมหาศาล 32.5 ล้านปอนด์ ไม่เพียงแค่เป็นสถิติใหม่ของสโมสร แต่ยังเป็นสถิติใหม่ของบริติชด้วย

การเสริมทัพของ ซิตี้ ในช่วงซัมเมอร์ปีนั้น มีเพียง ก็องปานี กับ ซาบาเลต้า สองคนที่สอบผ่าน ผ่านความสำเร็จมาด้วยกัน และกลายเป็นตำนานของสโมสรด้วยกันทั้งคู่

“ผมไม่เคยคิดเลยว่าผมจะอยู่ที่นั่นมานานขนาดนี้” ซาบาเลต้า ที่เพิ่งฉลองวันเกิดอายุครบ 36 ปี ย้อนกลับไปนึกถึงช่วงเวลาที่สวมชุด เดอะ สกาย บลูส์ ระหว่างปี 2008-2017

“ผมไม่รู้ว่าผมจะปรับตัวเล่นที่นั่นได้หรือเปล่า แต่ผมต้องการประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป แล้วผมก็ได้พบกับสโมสรที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ในอังกฤษ และเมืองที่สำคัญด้วย” เกมส์SBOBET

ซาบาเลต้า ผ่านการลงเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รวมทุกรายการ 333 เกม ยิงได้ 12 ประตู พร้อมกับความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย ฤดูกาล 2011-12 ร่วมกับ โรแบร์โต้ มันชินี่ และฤดูกาล 2013-14 ร่วมกับ มานูเอล เปเยกรีนี่

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายโทรฟี่ ไม่ว่าจะเป็น เอฟเอคัพ 1 สมัย, ลีกคัพ 2 สมัย เป็นต้น

“มีสองโทรฟี่ที่เป็นการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของสโมสร เอฟเอคัพ ที่เราได้แชมป์ในปี 2011 เพราะมันเป็นแชมป์แรกของเราในรอบหลายปี และมันพิเศษมากๆ ด้วยกับการที่เราเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาได้ในรอบรองชนะเลิศ”

“เราเริ่มก้าวขึ้นมาเป็นทีมที่พร้อมท้าชิงมากขึ้นเรื่อยๆ เราเอาชนะทีมใหญ่ได้ สำหรับทีมเหล่านั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายดายอีกต่อไปที่จะเอาชนะเรา”

“แล้วก็แน่นอน แชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกของเราในปี 2012 จากประตูอันโด่งดังของ เซร์คิโอ อเกวโร่ ในนาทีสุดท้าย มันเป็นช่วงเวลาที่ยากจะลืมเลือนจริงๆ ผมตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ย้อนกลับไปดูเหตุการณ์นั้นอีก มันยิ่งใหญ่มาก”

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งเกมที่อยู่ในความทรงจำของ ซาบาเลต้า นั่นก็คือเกมอำลาแฟนๆ เรือใบสีฟ้า

ชัยชนะเหนือ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน เกมพรีเมียร์ลีกนัดรองสุดท้ายของฤดูกาล 2016-17 ซึ่งเป็นการเล่นเกมสุดท้ายที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม อาจไม่มีความหมายใดๆ สำหรับผลงานของทีมในฤดูกาลแรกของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่จบซีซั่นแบบมือเปล่า

แต่สำหรับ ซาบาเลต้า เต็มไปด้วยความทรงจำมากมายตลอด 9 ปีที่อยู่กับสโมสรแห่งนี้

“ความประทับใจที่สุดของผมคือวันอำลาของผมที่เราเล่นเกมในบ้านเจอกับ เวสต์บรอมวิช เกมจบลง ทุกคนยังอยู่ที่นั่น พวกเขามอบเสื้อให้กับผม ให้การ์ดที่บอกถึงการเป็นสมาชิกของสโมสรไปตลอดชีวิต พวกเขาแสดงออกเล็กน้อยแต่มีความหมายสำหรับผมมาก”

หลังจากหมดสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซาบาเลต้า ซึ่งเซ็นสัญญากับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และอยู่ที่นั่นสามปีก่อนแขวนสตั๊ด ก็ไม่เคยพลาดที่จะติดตามผลงานของ เป๊ป และเพื่อนร่วมทีมเก่า

“พวกเขาเล่นได้ดี และคว้าชัยชนะ เราได้เห็น ซิตี้ ที่เราทุกคนต้องการเห็น” SBOBET24

“ในแชมเปี้ยนส์ลีกยังยากลำบากมาก คุณต้องมีนักเตะที่ร้อยเปอร์เซนต์ และเล่นเกมได้สมบูรณ์แบบจริงๆ คุณเจอกับคู่แข่งที่จัดหนัก และไม่มีโอกาสเลยที่คุณจะก่อความผิดพลาดในเกม ถ้าคุณไม่อยากตกรอบ”

สำหรับอนาคตของ ซาบาเลต้า มีโอกาสได้เห็นการทำงานเบื้องหลัง หากได้รับใบอนุญาตโค้ช ซึ่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็พร้อมอ้าแขนต้อนรับตำนานของสโมสรกลับบ้านอยู่แล้ว

“ซาบาเลต้า”9ปีแห่งความทรงจำแห่งซิตี้แทงบอล

แข้งย้ายทีมปีใหม่ฟอร์มเปรี้ยง

สโมสรจากพรีเมียร์ลีก มักจะระมัดระวังในการใช้จ่ายเงินจำนวนมากในช่วงกลางฤดูกาล แต่มันก็มีหลายดีลที่พิสูจน์ให้เห็นว่าการทำธุรกิจเดือนนี้เป็นเรื่องที่ดี บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ เฟอร์จิล ฟาน ไดต์ มายัง แมนฯ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล ในเดือนมกราคม ขณะที่ อาร์เซน่อล และ เชลซี เองก็ได้รับประโยชน์เช่นกันจากการใช้เงินในเดือนนี้ เกมส์SBOBET

ปืนใหญ่ ซื้อ ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมย็อง มาในตลาดต้นปี ขณะที่ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ก็กลายเป็นที่รักของแฟน สิงห์บลูส์ ในการย้ายมาหลังปีใหม่

เราจะมาทุกท่านไปดูการย้ายทีมที่ดีที่สุดในเดือนมกราคม อาจตรงหรือไม่ตรงใจใครบ้างก็ขออภัยมา ณ ที่นี้

มาร์ติน ดูบราฟก้า

(สปาร์ต้า ปราก มา นิวคาสเซิ่ล 4 ล้านปอนด์ ปี 2018)

ดูบราฟก้า ก้าวเข้ามาเป็นมือหนึ่งของ สาลิกาดง ได้ทันทีนับตั้งแต่ย้ายมาจากเช็กด้วยสัญญายืมตัว 6 เดือนในเดือนมกราคม ปี 2018

เขาประเดิมสนามด้วยการพาทีมชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-0 เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ และจากนั้นนายทวารทีมชาติสโลวาเกียก็ย้ายถาวรหลังจบฤดูกาล 2017-18 ทว่าในปีนี้กลับต้องเสียตำแหน่งให้กับ คาร์ล ดาร์โลว์

บรานิสลาฟ อิวาโนวิช

(โลโคโมทีฟ มอสโก มา เชลซี 9 ล้านปอนด์ ปี 2008)

สิงห์บลูส์ เอาชนะ อินเตอร์, เอซี มิลาน, ยูเวนตุส และ อาแจ็กซ์ ในการเซ็นสัญญากับกองหลังชาวเซิร์บ

เขามาด้วยข้อตกลง 3 ปีครึ่ง และก็ลงเล่นไป 377 เกมให้กับสโมสรจากเวสต์ลอนดอน โดยพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย, แชมเปี้ยนส์ลีก, เอฟเอ คัพ 3 สมัย และลีก คัพ

เนมานย่า วิดิช

(สปาร์ตัก มอสโก มา แมนฯ ยูไนเต็ด 7 ล้านปอนด์ ปี 2006)

นี่คืออีกหนึ่งแข้งเซอร์เบียที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลในพรีเมียร์ลีก โดยจับคู่กับ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ได้อย่างแข็งแกร่งในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก

เขาก็เหมือนกับ อิวาโนวิช ที่มาจากรัสเซีย ก่อนจะค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 8 ปี ลงเล่นไป 300 นัด และคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย, แชมเปี้ยนส์ลีก และลีก คัพ 3 สมัย ก่อนจะย้ายไป อินเตอร์ ในปี 2014

เฟอร์จิล ฟาน ไดค์

(เซาธ์แฮมป์ตัน มา ลิเวอร์พูล 75 ล้านปอนด์ ปี 2018)

ปราการหลังชาวดัตช์ย้ายมาจาก นักบุญ ในเดือนมกราคม ปี 2018 ซึ่งเขาก็เข้าวินอันดับสองของรางวัลบัลลงดอร์ในอีก 23 เดือนถัดมา

ปัจจุบันเซนเตอร์แบ็กจอมแกร่งได้รับบาดเจ็บอยู่ แต่ก็เป็นส่วนสำคัญในการพา ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แทงบอล

ปาทริซ เอวร่า

(โมนาโก มา แมนฯ ยูไนเต็ด 5.5 ล้านปอนด์ ปี 2006)

อีกหนึ่งสมาชิกจากค่าย ผีแดง ในแผงแนวรับเช่นเดียวกับ วิดิช และ เฟอร์ดินานด์

แบ็กซ้ายชาวฝรั่งเศสย้ายมาในเดือนเดียวกับ วิดิช และย้ายออกไปในซัมเมอร์ ปี 2014 โดยพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย, แชมเปี้ยนส์ลีก และลีก คัพ อีก 3 สมัย

วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้

(เกงค์ มา เลสเตอร์ 18.5 ล้านปอนด์ ปี 2017)

มิดฟิลด์รายนี้พุ่งตรงสู่แผงกองกลางของ เลสเตอร์ ทันทีหลังจากมาถึง โดยลงเล่นไป 23 นัดรวมทุกรายการ ก่อนจบซีซั่นนั้น

ตอนนี้เขาลงสนามไปแล้ว 151 นัดให้กับทีมจากมิดแลนด์ และก็มีข่าวพัวพันในการย้ายไปเล่นกับสโมสรยักษ์ใหญ่ด้วยค่าตัวมหาศาล

บรูโน่ แฟร์นันด์ส

(สปอร์ติ้ง ลิสบอน มา แมนฯ ยูไนเต็ด 55 ล้านปอนด์ ปี 2020)

นี่คือหนึ่งในแข้งโปรตุเกสไม่กี่คนที่สร้างอิมแพ็คท์ครั้งใหญ่ในพรีเมียร์ลีกได้ทันที

ในระยะเวลาเพียง 12 เดือน เขากลายเป็นคนสำคัญที่สุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยผลงานยิง 27 ประตู และทำอีก 17 แอสซิสต์ จาก 48 เกมในตำแหน่งมิดฟิลด์

ฟิลิปเป้ คูตินโญ่

(อินเตอร์ มา ลิเวอร์พูล 8 ล้านปอนด์ ปี 2013)

เพลย์เมกเกอร์บราซิเลี่ยนทำทุกอย่างที่คุณต้องการจากฐานะแข้งเบอร์ 10

เขายิงไป 54 ประตู และทำอีก 45 แอสซิสต์ จาก 201 นัดให้ ลิเวอร์พูล ก่อนจะย้ายไป บาร์เซโลน่า ด้วยค่าตัว 145 ล้านปอนด์ ในเดือนมกราคม ปี 2018

แต่เขาก็ดูจะล้มเหลวในถิ่นคัมป์ นู ซึ่งมันก็น่าสงสัยเหลือเกินว่าหากเขายังอยู่ที่แอนฟิลด์ต่อไป คูตินโญ่ จะเป็นอย่างไร

ปาปิสส์ ซิสเซ่

(ไฟร์บวร์ก มา นิวคาสเซิ่ล 9.5 ล้านปอนด์ ปี 2012)

กองหน้าชาวเซเนกัลกลายเป็นที่รักของเหล่า ทูน อาร์มี่ ทันที ด้วยค่าเฉลี่ยยิงประตูที่เรียกว่าเกือบจะลูกต่อเกม โดยทำได้ 13 ตุง และ 2 แอสซิสต์ จาก 14 นัด ก่อนจบฤดูกาลนั้น

ทว่าจากนั้นฟอร์มของเขาก็ดิ่งวูบไปเลย และจบเส้นทางค้าแข้งกับ เดอะ แม็กพายส์ ด้วยผลงาน 44 ประตู จาก 131 เกม ก่อนย้ายไป ซานตง ลูเหนิง ในซูเปอร์ลีก จีน เมื่อปี 2016

หลุยส์ ซัวเรซ

(อาแจ็กซ์ มา ลิเวอร์พูล 22.8 ล้านปอนด์ ปี 2011)

หัวหอกทีมชาติอุรุกวัยเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร ลิเวอร์พูล ในยุคของพรีเมียร์ลีก

เขายิงไป 82 ประตู จาก 133 เกม แต่เส้นทางของเขาต่างจาก คูตินโญ่ ก็พีคสุดขีด หลังย้ายออกจากถิ่นแอนฟิลด์ เมื่อยิงถึง 195 ลูก จาก 283 เกมให้ บาร์เซโลน่า

ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมย็อง

(ดอร์ทมุนด์ มา อาร์เซน่อล 60 ล้านปอนด์ ปี 2018) SBOBET24

อาจมีบางคนที่แย้งว่าหัวหอกทีมชาติกาบองไม่ควรติดทีมชุดนี้ เนื่องจากฟอร์มของเขาหายไปเลยนับตั้งแต่ต่อสัญญามูลค่า 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ในเดือนกันยายน ปี 2020

แต่ย้อนกลับไปในตอนก่อนต่อสัญญา เขาคือหนึ่งในดาวยิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ อาร์เซน่อล ในยุคพรีเมียร์ลีก

ดาวยิงวัย 31 ปี ทำไป 76 ประตู และอีก 16 แอสซิสต์ จาก 127 เกมรวมทุกรายการ

แข้งย้ายทีมปีใหม่ฟอร์มเปรี้ยงเกมส์SBOBET

ถึงเวลามาดริดต้องโละ

คีลียัน เอ็มบั๊ปเป้, เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ กับ เอดูอาร์โด คามาวิงก้า เป็นสาม 3 แข้งเป้าหมายเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ของ เรอัล มาดริด เกมส์SBOBET

ซีเนดีน ซีดาน วางแผนถ่ายเลือดเก่าเพื่อระดมทุนซื้อผู้เล่นใหม่เข้ามาเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยมีข่าวว่าเทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสส่ง 5 รายชื่อแข้งส่วนเกินถึงฝ่ายบริหารเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับอนาคตของนักเตะเหล่านั้น

เรอัล มาดริด วางแผนการใหญ่ด้วยการเซ็นสัญญาในช่วงซัมเมอร์ปีนี้กับผู้เล่นเบอร์ต้นๆของวงการลูกหนังปัจจุบันอย่าง คีลียัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง, เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ ดาวยิงชาวนอร์วีเจี้ยนของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า มิดฟิลด์ดาวรุ่งชาวฝรั่งเศสวัย 18 ปีของ แรนส์ หรืออาจจะรวมถึง ปอล ป็อกบา แข้งวัย 27 ปีของ แมนฯยูไนเต็ด ด้วย

แต่ละคนที่เอ่ยนามมาล้วนแต่มีค่าตัวแพงระดับและทีมชุดขาวคงต้องประเคนค่าจ้างก้อนโตเพื่อโน้มน้าวให้นักเตะตัดสินใจย้ายมาค้าแข้งในถิ่น ‘ซานติอาโก้ เบร์นาเบว’ แบบไม่ต้องเสียเวลาตามจีบนานนัก

ทว่าเป็นที่ทราบกันดีว่า เรอัล มาดริด มีปัญหาทางการเงินไม่ต่างจากสโมสรอื่น หลังการสูญเสียรายได้จำนวนมหาศาลจากการแพร่ระบาดของเชื้อ’โควิด-19′ ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมาจนต้องใช้นโยบายลดค่าจ้างนักเตะเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของสโมสรและยังมีแผนลดเงินเดือนอีก 10 เปอร์เซ็นต์เพิ่มเติมด้วย

นอกจากนี้ ฟลอเรนตีโน่ เปเรซ ประธานทีมชุดขาวยังเดินหน้าตามแผนเดิมนั่นคือการปรับปรุงสนาม ‘ซานติอาโก้ เบร์นาเบว’ หลังการกู้เงิน 550 ล้านยูโรมาเพื่อแผนดังกล่าวแล้ว

ดังนั้นการทำงานตามแผนปรับปรุงทีมในช่วงซัมเมอร์นี้จึงมีความจำเป็นต้องปล่อยนักเตะบางส่วนออกจากทีมโดยเฉพาะผู้เล่นที่อยู่นอกเหนือแผนของเทรนเนอร์ ก่อนมีรายงานว่า ซีดาน เสนอชื่อ 5 นักเตะถึงฝ่ายบริหารเพื่อหาช่องทางปล่อยตัวออกจากถิ่น ‘ซานติอาโก้ เบร์นาเบว’

รายนาม 5 ผู้เล่นดังกล่าวประกอบด้วย ลูก้า โยวิช, อีสโก้ อาลาร์กอน, มาร์เซโล่ วิเอยร่า, อัลบาโร่ โอดรีโอโซล่า และ มาเรียโน่ ดีอาซ

1.ลูก้า โยวิช (อายุ 23 ปี, สัญญาถึงปี 2025)

เรอัล มาดริด ทุ่มทุน 60 ล้านยูโรดึง ลูก้า โยวิช มาจาก แฟร้งค์เฟิร์ต ในช่วงซัมเมอร์ปี 2019 โดยคาดหวังว่ากองหน้าชาวเซิร์บจะเข้ามาเป็นตัวแทนระยะยาวของ คาริม เบนเซม่า หลังนักเตะทำผลงานเด่นกับทีมอินทรีแดง-ดำ ยิง 27 ประตูจากการลงเล่นทุกรายการในซีซั่น 2018-2019

อย่างไรก็ตาม โยวิช ทำผลงานไม่คุ้มค่าเงินแม้แต่น้อย เขาทำเพียง 2 ประตูจากการลงเล่น 27 เกมทุกรายการในฤดูกาลที่ผ่านมาและเพิ่งลงเล่นทุกรายการในซีซั่นนี้เพียง 5 นัด เขาลงเล่นลีกา 4 เกม ออกสตาร์ท 2 เกม รวมเวลาลงเล่นเท่ากับ 149 นาที

โยวิช เคยตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับ เอซี มิลาน, ทีมเก่า แฟร้งค์เฟิร์ต รวมถึงบางสโมสรของอังกฤษ แต่ไม่มีความคืบหน้าเนื่องจากคงไม่มีทีมใดยอมจ่ายเงินค่าตัวตามข้อเรียกร้องของ เรอัล มาดริด ที่หวังถอนทุนคืนจากที่เคยจ่ายให้ทีมอินทรีแดง-ดำในช่วงซัมเมอร์ปี 2019 ทว่าคงจะเกิดขึ้นยากในสถานการณ์ปัจจุบันแม้ว่านักเตะจะอายุเพียง 23 ปีก็ตาม

2.อีสโก้ อาลาร์กอน (อายุ 28 ปี, สัญญาถึงปี 2022)

แข้งวัย 28 ปีย้ายจาก มาลาก้า มาค้าแข้งกับ เรอัล มาดริด ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปี 2013 เขามีบทบาทสำคัญในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงช่วงแรกภายใต้การทำงานของ ซีเนดีน ซีดาน แต่ถูกลดทอนความสำคัญกลายเป็นตัวสำรองตลอดช่วง

2-3 ปีที่ผ่านมา นั่นทำให้มีข่าวการย้ายสังกัดของ อีสโก้ อย่างต่อเนื่องหลังตกเป็นเป้าสนใจของสโมสรชั้นนำของ อังกฤษ และ อิตาลี

อีสโก้ เคยออกสตาร์ทถึง 42 เกม ลงเล่นรวมกัน 3,765 นาทีในซีซั่น 2014-2015 ยุคของ คาร์โล อันเชล็อตติ แต่เขามีโอกาสลงเล่นในซีซั่นนี้รวมกันเพียง 346 นาที จนหลายคนเสียดายพรสวรรค์ของนักเตะที่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับทีมถ้าหากเขาได้รับโอกาสลงสนาม

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ เรอัล มาดริด ต้องตัดสินใจเรื่องอนาคตของนักเตะ เนื่องจาก อีสโก้ เหลือสัญญาจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2022 เท่านั้น ทีมชุดขาวจึงจำเป็นต้องเร่งปล่อยตัวออกจากสังกัดเพื่อแลกกับผลตอบแทนกลับมาจำนวนหนึ่ง ส่วนแข้งวัย 28 ปีก็ต้องการแสดงฝีเท้าในสนามเพื่อลุ้นติดโผกระทิงชุดทำศึกยูโรรอบสุดท้ายช่วงกลางปีนี้ด้วย

3.มาร์เซโล่ วิเอยร่า (32 ปี, สัญญาถึงปี 2022)

อีกหนึ่งแข้งอาวุโสของ เรอัล มาดริด ที่ค้าแข้งกับทีมชุดขาวมาตั้งแต่ปี 2007 มีดีกรีเป็นรองกัปตันทีมคนที่ 1 ต่อจาก เซร์คิโอ รามอส เขาประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ คว้าแชมป์ลีกา 5 สมัย, ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก 4 สมัย, โกปา เดล เรย์ 2 สมัย, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 4 สมัย, ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ 3 สมัย และ สแปนิช ซูเปอร์ คัพ 4 ครั้ง

ทว่าแบ็กซ้ายชาวบราซิเลียนมีบทบาทเป็นเพียงตัวสำรองของ แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ฟูลแบ็กชาวฝรั่งเศสวัย 25 ปี โดยแบ็กวัย 32 ปี ออกสตาร์ทบนเวทีลีกาเพียง 6 เกม รวมเวลา 519 นาที ปรากฎว่าทีมชุดขาวชนะ 2 ครั้ง เสมอ 1 และแพ้ 3 ครั้ง ซึ่งแตกต่างชัดเจนกับตอนที่ เมนดี้ ออกสตาร์ทแทนเขา

ดังนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้จะกำหนดอนาคตของ มาร์เซโล่ เนื่องจากเขาอยู่ในสัญญาจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2022 ถ้าหากสถานการณ์ของแบ็กซ้ายวัย 32 ปียังไม่ดีขึ้นก็อาจถูกปล่อยตัวออกจากทีม เนื่องจาก เรอัล มาดริด ยังมีอ็อปชั่นดึง เซร์คิโอ เรกีลอน หรือ อาชราฟ ฮาคีมี่ กลับมาหรือแม้แต่การผลักดัน มิเกล กูเตียร์เรซ แบ็กดาวรุ่งขึ้นมาจากทีมเยาวชน

4.อัลบาโร่ โอดรีโอโซล่า (25 ปี, สัญญาถึงปี 2025)

เรอัล มาดริด จ่ายเงิน 30 ล้านยูโรดึง อัลบาโร่ โอดรีโอโซล่า มาจาก เรอัล โซเซียดาด ในช่วงซัมเมอร์ปี 2018 ด้วยค่าตัว 30 ล้านยูโรเพื่อดึงมาสลับเล่นกับ ดาเนียล การ์บาฆาล แต่แบ็กชาวบาสโก้ยังไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาดีพอสำหรับทัพ’โลส บลังโกส’ เขาลงเล่นกับทีมชุดขาวทุกรายการรวมกันเพียง 27 เกม ก่อนถูกปล่อยไปเล่นกับ บาเยิร์น มิวนิค ด้วยสัญญายืมตัวในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังของซีซั่นที่ผ่านมา

โอดรีโอโซล่า มีโอกาสลงเล่นบนเวทีลีกาฐานะสำรองในซีซั่นนี้เพียงเกมเดียวด้วยเวลา 57 นาที ก่อนมีข่าวว่า เรอัล มาดริด พร้อมปล่อยแบ็กขวาวัย 25 ปีออกจากถิ่น ‘ซานติอาโก้ เบร์นาเบว’ หากมีข้อเสนอราว 20 ล้านยูโร

ตามรายงานระบุว่ามีหลายสโมสรสนใจใช้บริหารแบ็กขวาชาวบาสโก้ ทั้ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และ เอซี มิลาน แต่เบื้องต้นอาจเป็นการทำสัญญายืมตัวนักเตะไปใช้งานพ่วงอ็อปชั่นเซ็นสัญญาถาวรในอนาคต

5.มาเรียโน่ ดีอาซ (27 ปี, สัญญาถึงปี 2023) แทงบอล

มาเรียโน่ เป็นเด็กปั้นของ เรอัล มาดริด ก่อนถูกปล่อยไปค้าแข้งกับ โอลิมปิก ลียง ในช่วงซัมเมอร์ปี 2017 ด้วยค่าตัว 8 ล้านยูโรพร้อมส่วนแบ่งค่าตัว 35 เปอร์เซ็นต์หากมีการย้ายทีมในอนาคต แต่ทีมชุดขาวจ่ายเงิน 23 ล้านยูโรดึงดาวยิงเชื้อสายโดมินิกันในช่วงหน้าร้อนปีถัดมา หลังนักเตะทำผลงานยอดเยี่ยมกับทีมโอแอล

ทว่า มาเรียโน่ มีโอกาสลงเล่นรวมกัน 33 เกมและยิงเพียง 6 ประตูในช่วง 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา มีบทบาทเป็นเพียงตัวสำรองอดทนแทบไร้ตัวตนในทีมของ ซีเนดีน ซีดาน ซึ่งทีมชุดขาวมีแผนปล่อยกองหน้าวัย 27 ปีย้ายทีมในช่วงเดือนมกราคมนี้หรืออย่างช้าในช่วงซัมเมอร์

ชื่อชั้นและความสามารถของ มาเรียโน่ ยังเป็นนักเตะทำเงินได้สำหรับ เรอัล มาดริด หลังเขาตกเป็นเป้าสนใจของหลายสโมสรทั้ง เอซี มิลาน, เซบีย่า, วูล์ฟแฮมป์ตัน และ เวสต์แฮม โดยเฉพาะทีมขุนค้อนที่กำลังมองหาตัวแทน เซบาสเตียง อัลแลร์ ที่ย้ายไปค้าแข้งกับ อาแจ็กซ์ อัมส์เตอร์ดัม ด้วยค่าตัว 22 ล้านปอนด์ SBOBET24

นั่นคือลิสต์รายชื่อนักเตะส่วนเกินของ เรอัล มาดริด ที่วางแผนปล่อยตัวออกจากทีมในช่วงเดือนมกราคมนี้หรือช่วงซัมเมอร์เพื่อระดมทุนสำหรับการเซ็นสัญญากับนักเตะใหม่ ทว่าแม้จะสามารถขายทั้ง 5 คนสำเร็จ แต่ต้องยอมรับว่าคงได้ค่าตอบแทนกลับมาไม่เพียงพอสำหรับการเซ็นสัญญากับ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ แค่คนเดียวด้วยซ้ำ

ถึงเวลามาดริดต้องโละเกมส์SBOBET

2021หมดเวลาบิ๊กซิกส์

จาก ‘บิ๊กโฟร์‘ เมื่อเข้าสู่ทศวรรษที่ 2000 กลายเป็น ‘บิ๊กซิกซ์’ ในทศวรรษที่ 2010 แต่ปัจจุบันอาจไม่มีการครองอำนาจดังกล่าวอีกแล้วในยุคทศวรรษที่ 2020 เกมส์SBOBET

พรีเมียร์ลีกแต่ละฤดูกาล ผมไม่ค่อยสนใจตั้งคำถามว่า ทีมไหนจะคว้าแชมป์ หรือทีมไหนจะลุ้นแชมป์จนถึงบั้นปลาย

แต่ที่สนใจมากกว่าคือจะมีม้ามืดทีมใดเบียดขึ้นสู่ 6 อันดับแรกได้บ้าง

หรือจะมีทีมใดท้าทาย ‘บิ๊กซิกซ์’ ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, อาร์เซน่อล

แน่นอน การจะทำเช่นนั้นได้ ม้ามืดทีมนั้นจะต้องแข็งแกร่งอย่างสม่ำเสมอ

ประกอบกับการมีทีมหนึ่งทีมใดในกลุ่ม ‘บิ๊กซิกซ์’ เกิดฟอร์มหลุดพอดี

เพราะนับตั้งแต่ปาฏิหารย์ของ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ครองแชมป์พรีเมียร์ลีกซีซั่น 2015-16 อีกสามฤดูกาลถัดมา ไม่มีทีมใดก้าวขึ้นมาท้าทายอำนาจของกลุ่ม ‘บิ๊กซิกซ์’ ได้เลย แทงบอล

จนกระทั่งเราได้เห็น เลสเตอร์ ทำได้อีกครั้งเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เบียดขึ้นมาจบอันดับ 5 (ทั้งที่เกือบจบอันดับ 3 หรือคว้าตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีกได้ด้วย) เป็นช่วงเวลาที่ อาร์เซน่อล เกิดการเปลี่ยนแปลงและหลุดไปจบอันดับ 8

ทุกๆ ซีซั่น ทีมม้ามืดที่ถูกจับตามอง ก็มักเป็นหน้าเดิมๆ เลสเตอร์, เอฟเวอร์ตัน, วูลฟ์แฮมป์ตัน หรืออาจมี เซาธ์แฮมป์ตัน, เวสต์แฮม, นิวคาสเซิ่ล โผล่เข้ามาแจมด้วย

แต่พอเปิดฉากฤดูกาลมาแล้ว เวสต์แฮม กับ นิวคาสเซิ่ล มักถูกกาชื่อทิ้งอย่างรวดเร็ว

ด้วยปัจจัยและเหตุผลหลายต่อหลายอย่างที่ทำให้พรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้มีผลการแข่งขันแปลกๆ ให้เห็นบ่อยครั้ง ทีมในกลุ่ม ‘บิ๊กซิกซ์’ เริ่มต้นกระจัดกระจายกันไปอยู่คนละทิศคนละทาง

แต่เมื่อเดินทางเข้าสู่สัปดาห์แรกของปี 2021 สองทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ก็ขยับเขยื้อนตัวเองขึ้นสู่ 5 อันดับแรกได้สำเร็จ

ที่สวนทางไปคือ เชลซี ค่อยๆ รูดลงสู่อันดับ 9 ขณะที่ อาร์เซน่อล ก็ไต่ๆ ระดับขึ้นสู่อันดับ 11

จากอันดับ 4 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่มี 29 คะแนน ไล่ลงไปจนถึงอันดับ 10 เวสต์แฮม ที่มี 26 คะแนน มีความห่างกันเพียงสามคะแนนเท่านั้น

หมายความว่า ช่วงระหว่าง 7 อันดับนี้ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และอาจพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือได้เลยด้วย หากชนะ 2 เกมติดต่อกัน หรือแพ้ 2 เกมติดต่อกัน

ทีมอย่าง เลสเตอร์, เซาธ์แฮมป์ตัน, เอฟเวอร์ตัน มีความพร้อมมากกว่าหลายๆ ฤดูกาลที่ผ่านมา ในการท้าทายกลุ่มบนของตาราง และยังมี แอสตัน วิลล่า, เวสต์แฮม พร้อมเป็นตัวสอดแทรกด้วย SBOBET24

เวลานี้ เราได้เห็น เลสเตอร์ คว้าชัยชนะไปแล้วมากที่สุด 10 เกม (เท่ากับ แมนฯ ยูไนเต็ด)

เราได้เห็น แอสตัน วิลล่า เสียเพียง 16 ประตู น้อยสุดเป็นอันดับสาม (รองจาก สเปอร์ส กับ แมนฯ ซิตี้)

และเราได้เห็น เอฟเวอร์ตัน คว้าชัยชนะติดต่อกันมากที่สุด 4 เกม (เท่ากับ แมนฯ ยูไนเต็ด, สเปอร์ส และ แอสตัน วิลล่า)

จริงอยู่ว่า เกือบทุกฤดูกาล บรรดา 6 ทีมใหญ่ มักมาเร่งเครื่องในช่วงครึ่งซีซั่นหลัง ประกอบกับทีมม้ามืดในซีซั่นนั้นๆ ผลงานไม่สม่ำเสมอในระยะยาว

แต่ผมเชื่อว่าฤดูกาลนี้อาจเป็นปีที่แตกต่าง

2021หมดเวลาบิ๊กซิกส์เกมส์SBOBET

“เคน-ซอน”คู่หูนรกแตกแห่งพรีเมียร์ลีก

เกมพรีเมียร์ลีกผ่านพ้นไปเป็นสัปดาห์ที่ 17 แต่นี่ก็เป็นอีกครั้งที่ ซอน เฮือง มิน และ แฮร์รี่ เคน แสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของพวกเขา แทงบอล

ดาวยิงจาก 2 ทวีป ประสานงานกันได้อย่างยอดเยี่ยมอีกครั้ง พร้อมช่วยให้ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ต้นสังกัด เอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด ไป 3-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และเป็นการเริ่มปีใหม่ได้อย่างสวยสดงดงาม

หอกทีมชาติอังกฤษ เป็นคนแอสซิสต์ให้ ‘ซอนนี่’ กดประตูที่ 2 ในเกมนั้น และเป็นประตูที่ 13 ที่พวกเขาประสานงานยิงประตูมากสุดในฤดูกาลนี้เทียบเท่าสถิติในลีกสูงสุดของอังกฤษเรียบร้อยแล้ว

และจาก 22 เกมที่เหลือที่ในฤดูกาล 2020-21 ก็มีโอกาสสูงมากที่ 2 แข้งจาก ‘ไก่เดือยทอง’ จะสร้างสถิติใหม่ในพรีเมียร์ลีกจนยากที่ใครจะทำลายได้ ด้วยเหตุนี้ UFA ARENA จะพาไปวิเคราะห์ถึงโอกาสเหล่านั้น รวมถึงความเข้าขารู้ใจ ณ ปัจจุบันเกิดขึ้นได้อย่างไรผ่านบทความชิ้นนี้

คู่หูสุดฮ็อตในลีกผู้ดี

ครั้งสุดท้ายที่นักเตะ 2 คนประสานยิงประตูได้ถึง 13 ลูกในพรีเมียร์ลีกเกิดขึ้นในฤดูกาล 1994-95 เมื่อ คริส ซัตตัน กองหน้าร่างยักษ์ รวมพลังกับ อลัน เชียเรอร์ ในแดนหน้า จนพา แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส คว้าแชมป์ลีกสมัยแรกและสมัยเดียวของสโมสร

คู่หูที่มีโอกาสทำได้ใกล้เคียงที่สุดในยุคปัจจุบันคือ ไรอัน เฟรเซอร์ และ คัลลั่ม วิลสัน สมัยที่ทั้งคู่ยังเล่นให้ บอร์นมัธ ในฤดูกาล 2018-19 แต่ก็ทำเต็มที่ 12 ลูกเท่านั้น

คอมโบประสานงานดังกล่าวต้องใช้เวลาตลอดทั้งฤดูกาล แต่สำหรับ ซอน กับ เคน พวกเขาทำได้ด้วยการลงเล่นเพียง 16 เกมเท่านั้น

“ผมคิดว่าพรีเมียร์ลีกเต็มไปด้วยผู้เล่นฝีเท้าดีทุกหนแห่ง แม้แต่ในสโมสรที่คุณไม่เชื่อว่าพวกเขาสามารถมีนักเตะที่ดีได้” โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือของสเปอร์ส กล่าว

“แต่ผมต้องบอกว่า ซอนนี่ และ แฮร์รี่ กำลังทำสิ่งที่พิเศษในฤดูกาลนี้ การเคลื่อนที่ของ แฮร์รี่ เคน และ ซอนนี่ ในตำแหน่งการจบสกอร์เหมาะสมกันมาก”

พวกเขาเข้าขากันสุดได้อย่างไร? คำตอบของคำถามนี้ไม่ได้ซับซ้อนไปกว่าที่คิด หลังดาวเตะแดนโสมขาวยอมรับว่าพวกเขาพูดคุยกันว่าพวกเขาก่อนเกมเสมอว่าจะเล่นร่วมกันอย่างไรในสนาม

“เรากำลังฝึกฝนหนักมาก และฝึกมาเป็นเวลานานพอสมควรเลย” ซอน กล่าวหลังเกมที่เขายิงประตูที่ 100 ให้สเปอร์ส ในเกมอัด ลีดส์ ยูไนเต็ด

“บางทีก็เกิดจากกระแสจิต บางครั้งก็เกิดขึ้นจากการที่เราพูดคุยกัน”

สถิติใหม่รอทำลาย

เรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งที่น่าทึ่งมาก และความยอดเยี่ยมของ เคน และ ซอน ไม่เพียงแต่จะทำลายสถิติประสานงานยิงประตูร่วมกันเท่านั้นในฤดูกาล แต่ก็ยังมีสถิติอื่นที่รอพวกเขาอยู่ เกมส์SBOBET

นอกจากนั้น เคน ยังเหลืออีกแค่แอสซิสต์เดียวให้ ซอน ก็จะทำสถิติจ่ายให้เพื่อนคนเดียวทำประตูมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลเดียว หลังหอกชาวอังกฤษ แอสซิสต์ให้ อดีตแข้งไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ไปแล้ว 9 ลูกในฤดูกาลนี้

อีกทั้ง พวกเขายังมีส่วนกับประตูรวมกันกว่า 32 ลูกในฤดูกาล แซงหน้าทั้ง ดาบิด ซิลวา กับ เซร์คิโอ้ อเกวโร่ จากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ โรแบร์ ปิแรส กับ เธียร์รี่ อองรี ของ อาร์เซ่น่อล ที่ทำร่วมกัน 29 ประตู

เหลือแค่คู่หูเดียวเท่านั้นที่ เคน กับ ซอน ยังตามหลังอยู่ นั่นก็คือ ดิดิเย่ร์ ดร็อบา กับ แฟรงค์ แลมพาร์ด ที่ยิงให้ เชลซี ร่วมกันกว่า 36 ประตู แต่กับ 22 นัดที่เหลืออยู่ที่เชื่อว่า 2 ดาวยิงจาก ‘ไก่เดือยทอง’ มีโอกาสทำลายสถิตินี้ได้แน่นอน

เคน = อองรี?

อดีตกองหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์ ที่เคยเล่นรวมถึงเผชิญหน้ากับ ยอกองหน้าระดับท็อปในประวัติศาสตร์ของ พรีเมียร์ลีก กล่าวถึง เคน บนช่องกีฬา BT Sport ไว้อย่างน่าสนใจไม่น้อย

“เคน ทำให้ผมนึกถึง เวย์น รูนี่ย์ เลย รูนี่ย์ เคยลงเล่นไปเล่นต่ำแบบนั้น และให้ผู้เล่นดันสูงขึ้นมา เขาสามารถทำได้ทุกอย่างเลย”

“ผู้เล่นคนสุดท้ายที่เคยทำได้อย่างที่ เคน ทำทั้งในแง่ของการทำประตูกับ แอสซิสต์ ก็คือ เธียร์รี่ อองรี”

สิ่งที่ตำนานปีศาจแดงกล่าวไม่ได้เกินจริงแต่อย่างใด เพราะ อองรี เคยทำได้ 24 ประตู กับ 20 แอสซิสต์ในฤดูกาล 2002-03 ขณะที่ เคน ทำได้แล้ว 10 ประตู กับ 11 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 16 เกมลีกฤดูกาลนี้

ขณะที่ ลีออน ออสมัน อดีตกองกลางเอฟเวอร์ตัน เชื่อว่าทั้ง ซอน และ เคน เป็นการผสมผสานที่ลงตัวและสมบูรณ์ที่สุด ณ เวลานี้ SBOBET24

“มันน่าทึ่งมาก พวกเขาสามารถทำมันได้เพิ่มอีกเท่าตัวเลย” อดีตแข้งท็อฟฟี่ กล่าวกับ บีบีซี สื่อเบอร์ต้น ๆ จากแดนผู้ดี

“พวกเขามีความสมดุลที่ยอดเยี่ยมในขณะนี้ เคน ถอยลงมาต่ำลงและอาจจะช่วยแอสซิสต์ได้มากกว่าการทำประตู ส่วน ซอน วิ่งเติมจากข้างหลังและเพิ่มช่องว่างให้ทีม สมดุลคือการประงานได้ดีและเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนให้ สเปอร์ส ทำได้เยี่ยม ณ เวลานี้”

การที่ สเปอร์ส ก้าวขึ้นมาลุ้นแชมป์ได้อีกครั้งในฤดูกาลนี้ หลัก ๆ ก็มาจากความยอดเยี่ยมของ ซอน และ เคน ในแดนหน้า แต่ว่าพวกเขาจะพาไก่เดือยทองชุดนี้บินได้สูงแค่ไหน คงต้องติดตามกันต่อไปกับช่วงเวลา 5 เดือนเศษ ๆ ต่อจากนี้

“เคน-ซอน”คู่หูนรกแตกแห่งพรีเมียร์ลีกแทงบอล

รวมที่สุดวงการลูกหนังแห่งปี 2020

ผ่านไปอีกหนึ่งปีซึ่งนับเป็นปีที่มีการเปลี่ยนเเปลงเเละยากลำบากที่สุดเพราะมีเหตุการณ์สำคัญๆเกิดขึ้นมากมายเราจะลองย้อนไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นในปี 2020 เพื่อเป็นการส่งท้ายก่อนจะเดินทางต่อไปในปี 2021 แทงบอล

โควิด-19ทำพิษ

ชีวิตมนุษย์เรากำลังดำเนินไปได้ด้วยดีใครจะรู้ว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันที่สะเทือนไปทุกวงการนั้นก็คือเชื้อมรณะไวรัสโคโรน่าหรือโควิด-19 ที่ไม่ว่าต้นตอจะมาจากไหนเเต่มันก็สามารถเขย่าเศรษฐกิจโลกให้เกือบพังได้

ฟุตบอลเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรเเต่สุดท้ายมันก็เข้ามาเต็มๆ เเฟนบอลเริ่มติดเชื้อ, นักเตะเริ่มติดเชื้อ, เจ้าของทีมเริ่มติดเชื้อสุดท้ายทำให้การเเข่งขันลีกต่างๆพากันหยุดการเเข่งขันชั่วคราวเริ่มจากเอเรดิวิซี่ ฮอลแลนด์ที่ประกาศยกเลิกเป็นลีกเเรก ตามด้วยลีก เอิง ฝรั่งเศส ตัดจบให้ทีมจ่าฝูงตอนนั้นคือ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คว้าเเชมป์ ส่วน 4 ลีกใหญ่อย่างพรีเมียร์, กัลโช่ เซเรีย อา, บุนเดส ลีก้า เเละ ลาลีก้า เเข่งต่อจนจบ

อย่างไรก็ตามเเม้จะกลับมาเเข่งได้อีกครั้งหลังไวรัสซาลงเเต่พวกเขาก็ต้องเล่นในเเบบที่ไม่มีเเฟนบอลเข้าชมทำให้รายได้ของเเต่ละสโมสรขาดหายไปเยอะ เเต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้เเข่ง ไม่อย่างนั้นจะสูญเสียอะไรมากกว่านั้นเเน่

ลิเวอร์พูล คว้าเเชมป์ครั้งเเรกรอบ 30 ปี

ฤดูกาล 1989-1990 เป็นครั้งสุดท้ายที่ลิเวอร์พูลคว้าเเชมป์ลีกซึ่งเป็นสมัยที่ 18 ตอนนั้นชื่อเดิมยังเป็นดิวิชั่น 1 ภายใต้การคุมทีมของ เคนนี ดัลกลิชเเละเป็นทีมที่คว้าเเชมป์ได้มากที่สุดของอังกฤษ เกมส์SBOBET

หลังจากนั้นหงส์เเดงก็ล้มลุกคลุกคลานเงยหน้ามองคู่เเข่งอย่างเเมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คว้าเเชมป์ครั้งแล้วครั้งเล่าจนในที่สุดจากที่ตามก็เเซงขึ้นไปคว้าเเชมป์ลีกมากที่สุด(20 สมัย)

อย่างไรก็ตามยุคสมัยเเห่งการรอคอยก็จบสิ้นในฤดูกาล 2019-20 ซึ่งเป็นปีที่ 4 ที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ เข้ามารับตำเเหน่งพอดี ต้องบอกว่าเป็นปีที่เก่งบวกเฮงนอกจากจะเก่งเองเเล้วทีมคู่เเข่งอื่นๆต่างพากันผลงานสะดุดเป็นว่าเล่น

หงส์เเดงผงาดคว้าเเชมป์ได้ตั้งเเต่เกมที่ 31 ซึ่งตอนนั้นทำคะเเนนทิ้งห่างเเมนฯ ซิตี้ถึง 23 คะแนน เเม้ว่าช่วงก่อนหน้านั้นจะมีเสียวๆบ้างหลังถูกวิกฤติโควิดโจมตีจนมีกระเเสให้ยกเลิกการเเข่งขันเเต่สุดท้ายก็กลับมาเเข่งปกติเเละการรอคอย 30 ปีของเเฟนๆก็สิ้นสุดลง

มาราโดน่าเสียชีวิต

ช่วงปลายปีเกิดข่าวที่ไม่คาดฝันเเละเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของวงการกีฬานั้นคือการจากไปเเบบไม่มีวันกลับของ ดีเอโก้ มาราโดน่า ตำนานนักเตะทีมชาติอาร์เจนตินา

อดีตเเข้งนาโปลีเเละบาร์เซโลน่าต่อสู้กับอาการติดแอลกอฮอล์อย่างหนักตลอดช่วงที่่ผ่านมาเข้ารับผ่าตัดหลายต่อหลายครั้งเเต่อาการก็มีเเต่ทรุดลงๆ จนในที่สุดวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 มาราโดน่าก็เสียชีวิตด้วยวัย 60 ปีที่บ้านเกิดจากเหตุหัวใจวายเฉียบพลัน

หลังการเสียชีวิตเเฟนบอลบางส่วนมองสาเหตุการเสียชีวิตไปที่การดื่มเหล้าเเละยุ่งกับสิ่งเสพติดเเต่หลังการชันสูตรพลิกศพปรากฏว่าไม่พบสารผิดกฏหมายหรือสิ่งมึนเมาในร่างกายมาราโดน่าทำให้เขาพ้นจากคำกล่าวหาต่างๆ

เมสซี่ประกาศลาบาร์เซโลน่า

เป็นอีกหนึ่งข่าวที่ช็อกวงการฟุตบอลไม่น้อยในฤดูกาล 2019-20 ลิโอเนล เมสซี่ เเข้งซูเปอร์สตาร์ของบาร์เซโลน่าที่เป็นเหมือนไอคอนของทีมประกาศขอลาทีมเมื่อจบฤดูกาล

บาร์ซ่าต้องพบกับวิกฤติอย่างหนักนอกจากเรื่องของโควิด-19 ผลงานทีมรวมก็ย่ำเเย่ไม่สามารถคว้าถ้วยรางวัลใด ๆ ติดมือเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี และที่เจ็บปวดที่สุดก็คงหนีไม่พ้นศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศที่เเพ้ให้กับ บาเยิร์น ไปแบบช็อกโลกด้วยผลบอล 2-8

ผลงานในสนามว่าเเย่เเล้วเรื่องนอกสนามยิ่งเเล้วใหญ่ เมสซี่ ดูเหมือนจะไม่ลงรอยกับ โจเซฟ มาเรีย บาร์โตเมว ประธานคนปัจจุบันรวมถึง กีเก้ เซเตียน กุนซือในตอนนั้นที่ดูจะไม่เป็นที่เคารพของเมสซี่ถึงขนาดไม่ยอมฟังคำสั่งจากผู้ช่วยของเขา เเต่ท้ายที่สุดเจ้าตัวยังคงไม่ได้ย้ายทีมตามคิดเพราะเนื่องจากมีค่าฉีกสัญญาที่เหลืออีก 1 ปีสูงถึงกว่า 700 ล้านปอนด์ทำให้เจ้าตัวจำใจต้องเล่นกับทีมอีก 1 ใบ

บาเยิร์น ทริปเปิ้ลแชมป์

บาเยิร์น มิวนิค สร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมที่ 7 ในยุโรปที่สามารถคว้าทริปเปิ้ลแชมป์หรือ 3 เเชมปมาครองได้ต่อจาก เซลติก, อาแจ็กซ์, พีเอสวี, แมนฯ ยูไนเต็ด, บาร์เซโลน่า และ อินเตอร์ มิลาน เเต่ก็น่าเสียดายไปนิดที่กระเเสความสำเร็จในครั้งนี้โดนกลบข่าวโดยเเชมป์ลีกของลิเวอร์พูลไม่มากก็น้อย

นอกจากจะเป็นทีมที่ 7 เเล้วเสือใต้ยังเป็นทีมที่ 2 ต่อจากบาร์เซโลน่าที่คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ได้ 2 ครั้ง ทั้งที่ก่อนหน้านั้นพวกเขาเหมือนจะมีปัญหารุ่มเร้าเข้ามามากทีเดียว SBOBET24

เริ่มจากการเสียนักเตะตัวหลักในยุครุ่งเรื่องที่อายุมากออกจากทีมไปนำโดย อาร์เยน ร็อบเบน, ฟร้องค์ ริเบรี่ เเละ ราฟินญ่า พวกนักเตะใหม่อย่าง ลูคัส เอร์นานเดซ, เบนจามิส ปาวาร์ รวมถึง เรนาโต ซานเชส ก็ต้องใช้เวลาปรับตัว รวมไปถึงการเปลี่ยนเเปลงครั้งใหญ่นั้นคือการเปลี่ยนกุนซือจาก นิโก้ โควัค เป็น ฮันซี่ ฟลิค

เเม้จะเป็นกุนซือที่ไม่มีชื่อชั้นอะไรมากเมื่อเทียบกับทีมอย่างบาเยิร์นเเละโดนกระเเสต่อต้านจากเเฟนๆไม่น้อย เเต่เขาก็ได้พิสูจน์ตัวเองจนครั้งหนึ่งพาทีมไร้พ่าย 18 เกม ก่อนที่จะเดินหน้าคว้าเเชมป์ไปเรื่องๆจนประสบความสำเร็จสูงสุด

รวมที่สุดวงการลูกหนังแห่งปี 2020แทงบอล