โคตรทีมพรีเมียร์ลีก

ถึงเวลานี้ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงเดินหน้าสร้างสถิติโดยพวกเขาไม่แพ้เกมเหย้าเลยตลอดปี 2017 หลังเกมล่าสุดเปิดรังเอติฮัด สเตเดี้ยมถล่ม เอเอฟซี บอร์นมัธ 4-0 พร้อมกำชัยในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 17 นัดติดต่อกันเข้าไปแล้ว

โดยตลอดปีทัพ “เรือใบสีฟ้า” เล่นในเอติฮัด 26 นัดรวมทุกรายการ ชนะ 21 และเสมอ 5 ยิงไป 71 ประตูและเสีย 21 ประตู นอกจากนี้ตลอดปี 2017 ที่ผ่านมา ซิตี้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 38 นัด ยิงไปถึง 101 ประตู แบ่งเป็นฤดูกาลนี้ 19 นัด 60 ประตูและ 19 นัดหลังของฤดูกาลที่แล้ว 41 ประตู

นั่นส่งผลให้ ซิตี้ คือทีมแรกที่ทำประตูในพรีเมียร์ลีกแตะหลัก 100 ใน 1 ปี ซึ่งครั้งสุดท้ายที่มีทีมทำได้ 100 ประตูในลีกสูงสุดของอังกฤษใน 1 ปี ลิเวอร์พูล เมื่อฤดูกาล 1982 ที่ยิงได้ 106 ประตู

และนั่นทำให้แทบทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า แมนฯ ซิตี้ ชุดปัจจุบันอาจสถาปนาตัวเองเป็นทีมที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก แน่นอนว่าเรื่องคว้าแชมป์แทบไม่ต้องพูดถึงแล้ว เพราะพวกเขาจองตำแหน่งนี้แบบนอนมาตั้งแต่ยังไม่ถึงช่วงคริสต์มาสกันเลยทีเดียว SBOBET

สิ่งที่น่าจับตามองคือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะเสกลูกทีมตัวเองให้พุ่งเข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งแบบไร้พ่ายได้สำเร็จหรือเปล่าเท่านั้นเอง ซึ่งว่ากันตามตรงว่าถ้าดูจากฟอร์มการเล่นและคุณภาพของทีมสีฟ้าแห่งแมนเชสเตอร์นับตั้งแต่เปิดฤดูกาล กระทั่งเกมที่ 18 ขอบอกว่าหนาวแทนเจ้าของสถิติเดิมอย่าง อาร์เซน่อล อยู่เหมือนกัน เพียงแต่ระยะทางมันก็เหลืออีกยาวไกลพอสมควรจนไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

เกมรุกของ แมนฯ ซิตี้ มีความดุดันบนความหลากหลายมากนะครับ-ขอบอก ไม่ว่าจะเป็นการเข้าทำแบบที่พากย์อังกฤษว่า “โอเพ่นเพลย์” หรือการเล่นลูกตั้งเตะทุกประเภท ไม่ว่าจะฟรีคิกหรือเตะมุม ถึงตอนนี้ยังไม่มีเกมไหนที่เจาะประตูคู่แข่งไม่ได้เลย

และนั่นทำให้พวกเขามีโอกาสทำสำเร็จค่อนข้างสูงพอสมควร รวมถึงสถิติอีกหลายอย่างที่อาจโดนทำลายอย่างยับเยินยกตัวอย่างเช่นการถล่มตาข่ายได้มากที่สุด – สะสมแต้มได้มากที่สุด และกะซวกชัยได้มากที่สุดพร้อมกันในฤดูกาลเดียว

ยังไงซะวันนี้ หากย้อนกลับไปดูในศึกพรีเมียร์ลีกตลอดกว่า 25 ปีที่ผ่านมา หากไม่นับ แมนฯซิตี้ ชุดนี้ จะขอยก 3 ทีมที่ว่ากันว่าไร้เทียมทานที่สุดนับตั้งแต่พรีเมียร์ลีก เคยมีมามาให้ดูกัน

o แมนฯ ยูไนเต็ด ชุด “ทริปเปิลแชมป์” 1999

พลพรคค “ปีศาจแดง” ชุดนี้ได้ชื่อว่าเป็นทีมชุดที่ดีที่สุดตลอดกาลในประวัติศาสตร์ของปีศาจแดงด้วยผู้เล่นที่ลงตัวในทุกขุมกำลัง ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล เฝ้าเสา แผงหลังประกอบด้วย แกรี่ เนวิลล์, ยาป สตัม, รอนนี่ ยอห์นเซ่น และ เดนิส เออร์วิน จุดเด่นอยู่ที่แดนกลางที่เข้าขั้น ”ดรีมทีม” เลยทีเดียวอย่าง เดวิด เบ็คแฮม, รอย คีน, พอล สโคลส์ และ ไรอัน กิ๊กส์ ส่วนคู่หัวหอกนิลกาฬอย่าง ดไวท์ ยอร์ค กับ แอนดี้ โคล ก็เข้าขาและรู้ใจกันทั้งในและนอกสนาม

การสร้างประวัติศาสตร์คว้า 3 แชมป์พร้อมกันในฤดูกาลเดียวคือหลักฐานยืนยันความยอดเยี่ยมของพวกลูกป๋าชุดนี้ แถมยังไม่มีทีมจากเมืองหลวงลูกหนังทีมใดเลียนแบบได้สำเร็จ แม้แต่ทีมของพวกเขาเอง พลพรรคปีศาจแดงชุดนี้ถือว่าสูสีกับ แมนฯ ซิตี้ ชุดปัจจุบัน หากเจอกันคงเมามันและยิงกันกระจาย เพียงแต่ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะเจ๋งกว่าก็ต่อเมื่อคว้า “ทริปเปิลแชมป์” ได้เหมือนกันนั่นแหละ แทงบอลออนไลน์

o อาร์เซน่อล ชุดไร้พ่าย 2003-04

นี่คือทีม ไอ้ปืนใหญ่ ที่ดีที่สุดในยุคของ อาร์แซน เวนเกอร์ กว่า 20 ปีที่เขาคุมทีม ทีมชุดนี้มีความกลมกล่อมมาก ไม่ว่าจะเกมรับเหนียวแน่นและแข็งแกร่งด้วยคู่ปราการหลังอย่าง โซล แคมป์เบลล์ กับ โคโล ตูเร่ บวกตัวอะไหล่ที่ทรงพลังอย่าง มาร์ติน คีโอว์น ขณะฟูลแบ็ก 2 ข้างเติมเกมรุกสนุกสนานทั้ง โลร็องต์ เอตาเม่ และ แอชลี่ย์ โคล คู่กลางคือ ปาทริค วิเอร่า กับ มานู เปอตีต์ ผนวกด้วยตัวรุกริมเส้นอย่าง เรย์ พาร์เลอร์ และ โรแบร์ ปิแรส โดยมีทีเด็ดอยู่ที่กองหน้าที่ครบเครื่องอย่าง เดนนิส เบิร์กแคมป์ และ เธียร์รี่ อองรี

อาร์เซน่อล ชุดนี้ไร้พ่ายก็จริง แต่ไม่ใช่ทีมที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก โดยสะสมคะแนนได้มากที่สุดนะครับ กระนั้นก็ตามการไม่รู้จักคำว่าแพ้เลยตลอดฤดูกาลคือเรื่องยากดับเบิลยากส์ เพราะนอกจากจะเก่งแล้วยังต้องเฮงอีกต่างหาก

o เชลซี ชุดแรกของ โชเซ่ มูรินโญ่ ในฤดูกาล 2004/2005

ในช่วงนั้น มูรินโญ่ นั้นยังสดใหม่เหลือเกินในพรีเมียร์ลีก หลังเขาโยกความสำเร็จ ทริปเปิ้ลแชมป์กับ เอฟซี ปอร์โต้ มาทำงานที่นี่และยังอหังการถึงขั้นสำคัญตัวเองว่า “เดอะ สเปเชียล วัน” อีกต่างหาก

โชเซ่ มูรินโญ่ ได้รับทุนทรัพย์มหาศาลจากเจ้าของทีมระดับโคตรมหาเศรษฐีชาวรัสเซียในการสร้างทีมใหม่แบบไม่จำกัด ก่อนวอดวายไปกว่า 100 ล้านปอนด์ ด้วยผู้เล่นระดับดาวดังแบบล้นทะลัก อาทิ ปีเตอร์ เช็ก, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่, โคล้ด มาเกเลเล่, ดาเมี่ยน ดัฟฟ์, อาร์เยน ร็อบเบน และ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา บวกด้วยตัวเก่าที่เป็นเสาหลักอยู่แล้วอย่าง จอห์น “ปิ๊ดปี้ปิ๊ด” เทอร์รี่, โจ โคล และ แฟร้งค์ แลมพาร์ด

สิงห์บลูส์ชุดนี้อาจเล่นแล้วดูไม่ค่อยบันเทิงสักเท่าไหร่ เพราะผู้เป็นกุนซือให้ความสำคัญกับผลการแข่งขันมากกว่าความสะเด่าไปเลยอีน้องของท่านผู้ชม แต่แข็งแกร่งทั่วแผ่น และโรคจิต จุดเด่นอยู่ที่เกมรับ แต่ท่วาตลอดฤดูกาลเลยแพ้แค่นัดเดียว และเสียไปแค่ 16 ประตูเท่านั้น โดยสะสมได้ถึง 95 แต้ม มาที่สุดตั้งแต่ทีมในพรีเมียร์ลีกเคยมีมาเลยก็ว่าได้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *